“ยากที่สุด คือยุทธศาสตร์” คำกล่าวนี้ไม่เกินเลยความจริงแต่อย่างใด เพราะยุทธศาสตร์คือเครื่องบอกทางของทุกสิ่งที่บุคคลหรือองค์กรจะเดินไปจนบรรลุความสำเร็จ ปัจจุบันการศึกษาและรังสรรค์ยุทธศาสตร์หรือกลยุทธเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับผู้บริหารระดับสูงและองค์กรต่าง ๆ แต่น่าเสียดายที่ประเทศไทยยังไม่มียุทธศาสตร์ชาติอย่างเป็นทางการ สิ่งที่ใกล้เคียงที่สุดคือในช่วงเวลานี้ของทุกปีนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรจะเสนอยุทธศาสตร์ชาติในแนวคิดของพวกเขาให้นายกรัฐมนตรีและผู้บริหารระดับสูงของชาติและกองทัพทราบ สิ่งที่บรรดาคนระดับครีมของประเทศชาติเสนอนี้ไม่ได้ผูกมัดให้ฝ่ายบริหารบ้านเมืองต้องนำไปเป็นกรอบในการคิดการวางนโยบาย แต่อย่างน้อยก็เป็นเครื่องตรวจสอบได้ว่าผลประโยชน์ของชาติ ตลอดจนแนวทางที่ถูกที่ควรซึ่งนักคิดกลั่นออกมานั้นจะสอดคล้องกับนโยบายของผู้มีอำนาจตัดสินใจในรัฐบาลและองค์กรว่าจะเป็นไปได้เพียงไร
วันที่ 7 ก.ย.53 นักศีกษา วปอ.ได้จัดทำยุทธศาสตร์ชาติในห้วง 5 ปีข้างหน้าเสร็จสิ้นและแถลงให้นายกฟังที่หอประชุมกองทัพเรือ นี่คือผลงานทั้งปีของพวกเขาในการร่วมมือกันวิเคราะห์หาวิธีที่ใช้พลังอำนาจของชาติอย่างเกิดอรรถประโยชน์สูงสุดเพื่อบรรลุวัตุถุประสงค์ของชาติ ซึ่งก็หนีไม่พ้นการอยู่ดีมีสุขและมีเกียรติในสังคมโลก ในการนี้พวกเขาได้นำเสนอสาระสังเขปของผลประโยชน์ของชาติ วัตุถประสงค์แห่งชาติทั้งเฉพาะและมูลฐาน นโยบายความมั่นคงแห่งชาติ และยุทธศาสตร์ของชาติในรูปแบบมาตรการเฉพาะด้านต่าง ๆ ให้อภิสิทธิ์ฟังและหวังว่านโยบายต่าง ๆ ของรัฐนับจากนี้น่าจะต้องล้อตามแนวทางของพวกเขา เรื่องลึกลับของผลประโยชน์ทับซ้อนที่เคยอยู่คู่กับสังคมไทยมานาน จนคนกลุ่มหนึ่งหลงคิดว่าผลประโยชน์ของพวกเขาก็คืออันเดียวกับผลประโยชน์ของชาตินั้นจะค่อย ๆ หมดไป คนคิดยุทธศาสตร์ชาติหวังเช่นนี้ทุกรุ่น
ในปีนี้พิเศษตรงที่นักศึกษา”รุ่นน้อง”ของ วปอ. คือนักศึกษาวิทยาลัยเสนาธิการทหารและวิทยาลัยการทัพบก ทัพเรือ ทัพอากาศ ได้ร่วมกันเสนอยุทธศาสตร์ทหาร บรรยายให้นายกฟังด้วย นับเป็นทางการครั้งแรกที่ผู้บริหารสูงสุดของรัฐได้ฟังกรอบแนวทางกำหนดแผนงานการใช้พลังอำนาจแห่งชาติด้านการทหาร ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและรับมือกับภัยคุกคามทุกรูปแบบที่กำลังแปรกระบวนถล่มไทยในรอบ 5 ปีข้างหน้า งานที่ผมมีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยนี้ลงในรายละเอียดของยุทธศาสตร์ทหารเฉพาะ 6 กลุ่มงาน พร้อมด้วยขีดความสามารถที่ต้องการและมาตรการในแต่ละด้าน ตลอดจนโครงสร้างกำลังรบและโครงการต่างๆ แน่นอนว่าเราก็มุ่งหวังให้การป้องกันประเทศ การรักษาความมั่นคงภายใน การรักษาผลประโยชน์โพ้นทะเล การสร้างศักย์สงคราม การปกป้องสถาบันกษัตริย์และการพัฒนาประเทศเป็นไปในทางที่ดียิ่ง ๆ ขึ้นไปเหมือนรุ่นพี่ที่เคยทำยุทธศาสตร์ทหารมาก่อน
วันพฤหัสบดีที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2553
วันพุธที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2553
จีน-ญี่ปุ่น ฮึ่มกันอีกแล้ว
ตอนนี้จีนกับญี่ปุ่นกำลังมีปัญหาพิพาทกันถึงขั้นจีนเลื่อนการเยือนระหว่างผู้นำระดับสูงออกไป เพื่อเป็นการให้ความสนใจต่อเรื่องนี้ ผมจึงนำบทความที่เขียนลงคมชัดลึกเมื่อ 30 ส.ค. มาให้อ่านกัน เรื่อง"ปัญหาเกาะน้อยในทะเลจีนใต้มาอีกแล้ว" ครับ
---------------
แม้ว่าจีนกับญี่ปุ่นจะเป็นคู่สัมพันธ์ที่ขาดกันไม่ได้ แต่ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศไม่มีราบรื่นนานเกินไป ปัญหาเก่า ๆ ต้องผุดขึ้นมาสร้างความตึงเครียดทั้งในระดับผู้นำและประชาชนอยู่เสมอ ล่าสุดการจมเรือประมงจีนในน่านน้ำทับซ้อนของญี่ปุ่นก็ก่อให้เกิดความไม่พอใจระหว่างกันขึ้นมาอีก ความรู้สึกชาตินิยมก็จะตามมาหล่อเลี้ยงความขัดแย้งอย่างเป็นเรื่องปกติ แม้ว่าความขัดแย้งในห้วงเวลาจะคลี่คลายไป แต่เมื่อเงื่อนไขพร้อมก็จะดีดกลับขึ้นมาใหม่ เพราะเรื่องอธิปไตยนั้นเป็นสิ่งที่ประเทศในเอเชียยังถือว่าเป็นเรื่องต่อรองกันไม่ได้
หมู่เกาะเตียวหยูในภาษาจีนหรือเซ็นกากุในภาษาญี่ปุ่น เป็นหมู่เกาะที่แทบจะเรียกว่าเป็นแค่โขดหิน กลางทะเลจีนตะวันออก เกาะย่อย ๆ ทั้ง 8 เกาะแทบไม่มีคนอยู่ ทรัพยากรบนเกาะก็ไม่มีอะไร แต่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ต่อจีน ญี่ปุ่น ตลอดจนไต้หวัน เป็นอย่างมาก เพราะใต้น้ำมีก๊าซธรรมชาติอยู่เยอะ ปลาก็มีไม่น้อย ท่สำคัญคือใครครอบครองก็เหมือนได้สิทธิ์จ่อคอหอยฝ่ายอื่น ควบคุมเส้นทางลำเลียงทางทะเลเอาไว้ ดังนั้นกรณ๊เรือประมงจีนถูกเรือตรวจการณ์ญี่ปุ่นจับกุมเมื่อ 7 ก.ย. จึงถือว่าไม่ใช่เรื่องเล็กสำหรับรัฐบาลปักกิ่ง เหมือนเช่นที่รัฐบาลโตเกียวก็กังวลต่อการที่จีนจะขุดเจาะหาก๊าซธรรมชาติในพื้นที่แถวนั้น หรือรัฐบาลไต้หวันประท้วงต่อการที่ญี่ปุ่นจะฝึกร่วมผสมกับสหรัฐ ฯ ในพื้นที่ใกล้กันในเดือน ธ.ค.ที่จะมาถึง
ไม่เหมือนเกาะต๊อกโด/ทาเคชิม่า ที่ญี่ปุ่นค่อนข้างเป็นรองในการพิพาทพรมแดนกับเกาหลีใต้ แต่สำหรับเซ็นกากุแล้ว ทางการญี่ปุ่นให้ความสำคัญเต็มที่ เรือตรวจการณ์จำนวนมากจากโอกินาวาครัดเคร่งต่อปัญหาล้ำแดน แต่ยิ่งนานไปกลับพบความท้าทายจากจีนมีมากขึ้น เนื่องจากจีนก็เชื่อว่าพื้นที่แถบนี้เป็นของตน กอปรกับเทคโนโลยีทางทหารที่ดีขึ้นและการส่งเสริมเชิงกึ่งบูรณาการของจีนต่อเอกชน ทำให้มีข่าวประมง เรือขุดเจาะน้ำมัน หรือแม้แต่ ฮ.ทหาร ของจีนเข้าไปอยู่ในพื้นที่อ่อนไหว ตั้งแตปี 51 จีนได้ส่งเรือตรวจการณ์เข้าไปวนรอบรัศมี 12 ไมล์ของหมู่เกาะ และในปีถัดมาเครื่องบินขับไล่ของทั้งสองชาติถึงขั้นล็อคเป้ากัน เกือบจะด็อกไฟท์กันไปแล้ว
ไม่มีมีทางที่จีนและญี่ปุ่น หรือแม้ไต้หวันที่หากต้องการกันชนทางทางทะเลจะยอมเลิกอ้างสิทธิ์เหนือหมู่เกาะหินตาหินยายแบบนี้ หลักฐานและกฏหมายทางประวัติศาสตร์ที่ต่างอ้างมาใช้ล้วนเขียนขึ้นบนศักดิ์ศรีของบรรพบุรุษ ก็ได้แต่หวังว่าความตึงเครียดรอบใหม่จะคลี่คลายได้ง่ายบนบรรยากาศทางการเมืองและเศรษฐกิจระหว่างสองชาติในปัจจุบันที่ถือได้ว่าดีที่สุดในรอบหลายปีทีเดียว
---------------
แม้ว่าจีนกับญี่ปุ่นจะเป็นคู่สัมพันธ์ที่ขาดกันไม่ได้ แต่ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศไม่มีราบรื่นนานเกินไป ปัญหาเก่า ๆ ต้องผุดขึ้นมาสร้างความตึงเครียดทั้งในระดับผู้นำและประชาชนอยู่เสมอ ล่าสุดการจมเรือประมงจีนในน่านน้ำทับซ้อนของญี่ปุ่นก็ก่อให้เกิดความไม่พอใจระหว่างกันขึ้นมาอีก ความรู้สึกชาตินิยมก็จะตามมาหล่อเลี้ยงความขัดแย้งอย่างเป็นเรื่องปกติ แม้ว่าความขัดแย้งในห้วงเวลาจะคลี่คลายไป แต่เมื่อเงื่อนไขพร้อมก็จะดีดกลับขึ้นมาใหม่ เพราะเรื่องอธิปไตยนั้นเป็นสิ่งที่ประเทศในเอเชียยังถือว่าเป็นเรื่องต่อรองกันไม่ได้
หมู่เกาะเตียวหยูในภาษาจีนหรือเซ็นกากุในภาษาญี่ปุ่น เป็นหมู่เกาะที่แทบจะเรียกว่าเป็นแค่โขดหิน กลางทะเลจีนตะวันออก เกาะย่อย ๆ ทั้ง 8 เกาะแทบไม่มีคนอยู่ ทรัพยากรบนเกาะก็ไม่มีอะไร แต่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ต่อจีน ญี่ปุ่น ตลอดจนไต้หวัน เป็นอย่างมาก เพราะใต้น้ำมีก๊าซธรรมชาติอยู่เยอะ ปลาก็มีไม่น้อย ท่สำคัญคือใครครอบครองก็เหมือนได้สิทธิ์จ่อคอหอยฝ่ายอื่น ควบคุมเส้นทางลำเลียงทางทะเลเอาไว้ ดังนั้นกรณ๊เรือประมงจีนถูกเรือตรวจการณ์ญี่ปุ่นจับกุมเมื่อ 7 ก.ย. จึงถือว่าไม่ใช่เรื่องเล็กสำหรับรัฐบาลปักกิ่ง เหมือนเช่นที่รัฐบาลโตเกียวก็กังวลต่อการที่จีนจะขุดเจาะหาก๊าซธรรมชาติในพื้นที่แถวนั้น หรือรัฐบาลไต้หวันประท้วงต่อการที่ญี่ปุ่นจะฝึกร่วมผสมกับสหรัฐ ฯ ในพื้นที่ใกล้กันในเดือน ธ.ค.ที่จะมาถึง
ไม่เหมือนเกาะต๊อกโด/ทาเคชิม่า ที่ญี่ปุ่นค่อนข้างเป็นรองในการพิพาทพรมแดนกับเกาหลีใต้ แต่สำหรับเซ็นกากุแล้ว ทางการญี่ปุ่นให้ความสำคัญเต็มที่ เรือตรวจการณ์จำนวนมากจากโอกินาวาครัดเคร่งต่อปัญหาล้ำแดน แต่ยิ่งนานไปกลับพบความท้าทายจากจีนมีมากขึ้น เนื่องจากจีนก็เชื่อว่าพื้นที่แถบนี้เป็นของตน กอปรกับเทคโนโลยีทางทหารที่ดีขึ้นและการส่งเสริมเชิงกึ่งบูรณาการของจีนต่อเอกชน ทำให้มีข่าวประมง เรือขุดเจาะน้ำมัน หรือแม้แต่ ฮ.ทหาร ของจีนเข้าไปอยู่ในพื้นที่อ่อนไหว ตั้งแตปี 51 จีนได้ส่งเรือตรวจการณ์เข้าไปวนรอบรัศมี 12 ไมล์ของหมู่เกาะ และในปีถัดมาเครื่องบินขับไล่ของทั้งสองชาติถึงขั้นล็อคเป้ากัน เกือบจะด็อกไฟท์กันไปแล้ว
ไม่มีมีทางที่จีนและญี่ปุ่น หรือแม้ไต้หวันที่หากต้องการกันชนทางทางทะเลจะยอมเลิกอ้างสิทธิ์เหนือหมู่เกาะหินตาหินยายแบบนี้ หลักฐานและกฏหมายทางประวัติศาสตร์ที่ต่างอ้างมาใช้ล้วนเขียนขึ้นบนศักดิ์ศรีของบรรพบุรุษ ก็ได้แต่หวังว่าความตึงเครียดรอบใหม่จะคลี่คลายได้ง่ายบนบรรยากาศทางการเมืองและเศรษฐกิจระหว่างสองชาติในปัจจุบันที่ถือได้ว่าดีที่สุดในรอบหลายปีทีเดียว
วันอาทิตย์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2553
ครบรอบ 4 ปีปฏิวัติ
วันนี้เองครับ
ใครถูกใครผิด ใครยังงมโข่งหรือตาสว่าง ก็ช่างเถอะครับ เพราะนั่นไม่ใช่ข้อเท็จจริงนานแล้ว แต่เป็นความเชื่อที่แบ่งคนเห็นต่างออกไปไกลสุดลิบ
ผมไม่ได้ต้องการให้ทุกฝ่ายปรองดองกัน เพราะใน 4 ปีมันมีอะไรเกิดขึ้นมากจนไม่ใช่แค่จับมือกันแล้วหันมายิ้มให้กันใหม่ แต่ขณะเดียวกันก็ไม่อยากให้มีผู้สูญเสียถึงขั้นชีวิตอีก เพราะแม้แต่หนึ่งพิการก็มีค่า ไม่ว่าจะเป็นใคร
แล้วผมจะเลือกอะไร
นั่นไม่สำคัญเท่ากับผู้อ่านทุกคนกำลังเลือกอะไร
ต่อให้มีกี่ปรัชญา กี่แนวทาง กี่หลักการความคิดที่ติ๊งขึ้นมาในสมอง อยากทำอย่างนั้นอย่างนี้ แต่มนุษย์แต่ละคนก็ได้ทำแค่อย่างเดียว ในเวลาเดียว นั่นคือสัจธรรม
สิ่งที่แต่ละคนกำลังก้าวเดิน กำลังทำอยู่นี่แหละ คือเหตุที่จะไปสู่ผลในอนาคตข้างหน้าทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นทุกคนล้วนมีส่วนในอนาคตของชาติ ของลูกหลาน ไม่มากก็น้อย
ครบรอบ 4 ปีปฏิวัติที่นำประเทศชาติมาถึงจุดนี้ นำความคิดเรามาถึงจุดนี้ ทำให้สังคมและเศรษฐกิจเป็นไปอย่างนี้นั้นผมไม่มีอะไรจะกล่าวอกมาได้มากกว่าคำว่า
"ลาขาดนะปฏิวัติ ชาตินี้อย่าได้เจอะเจออีกเลย เจ้าประคู้น"
ใครถูกใครผิด ใครยังงมโข่งหรือตาสว่าง ก็ช่างเถอะครับ เพราะนั่นไม่ใช่ข้อเท็จจริงนานแล้ว แต่เป็นความเชื่อที่แบ่งคนเห็นต่างออกไปไกลสุดลิบ
ผมไม่ได้ต้องการให้ทุกฝ่ายปรองดองกัน เพราะใน 4 ปีมันมีอะไรเกิดขึ้นมากจนไม่ใช่แค่จับมือกันแล้วหันมายิ้มให้กันใหม่ แต่ขณะเดียวกันก็ไม่อยากให้มีผู้สูญเสียถึงขั้นชีวิตอีก เพราะแม้แต่หนึ่งพิการก็มีค่า ไม่ว่าจะเป็นใคร
แล้วผมจะเลือกอะไร
นั่นไม่สำคัญเท่ากับผู้อ่านทุกคนกำลังเลือกอะไร
ต่อให้มีกี่ปรัชญา กี่แนวทาง กี่หลักการความคิดที่ติ๊งขึ้นมาในสมอง อยากทำอย่างนั้นอย่างนี้ แต่มนุษย์แต่ละคนก็ได้ทำแค่อย่างเดียว ในเวลาเดียว นั่นคือสัจธรรม
สิ่งที่แต่ละคนกำลังก้าวเดิน กำลังทำอยู่นี่แหละ คือเหตุที่จะไปสู่ผลในอนาคตข้างหน้าทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นทุกคนล้วนมีส่วนในอนาคตของชาติ ของลูกหลาน ไม่มากก็น้อย
ครบรอบ 4 ปีปฏิวัติที่นำประเทศชาติมาถึงจุดนี้ นำความคิดเรามาถึงจุดนี้ ทำให้สังคมและเศรษฐกิจเป็นไปอย่างนี้นั้นผมไม่มีอะไรจะกล่าวอกมาได้มากกว่าคำว่า
"ลาขาดนะปฏิวัติ ชาตินี้อย่าได้เจอะเจออีกเลย เจ้าประคู้น"
วันอังคารที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2553
กลับมาแล้วครับ
หายไปเกือบ 2 เดือนครับ เนื่องจากต้องทำการบ้านหนัก เป็นช่วงปลายของการศึกษาในวิทยาลัยเสนาธิการทหารครับ
วันที่ 9 นี้จบการศึกษาแล้ว คงมีเวลาว่างมาเขียนบล็อกมากขึ้นครับ
ดึกแล้วครับ ฝนพึ่งหยุดไปเมื่อไม่ถึงชั่วโมงมานี้ ฟ้าคงไม่แจ่มใส เหมือนในใจยังมีอะไรติดอยู่
ใกล้ตุลาแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นบ้างหนอ
วันที่ 9 นี้จบการศึกษาแล้ว คงมีเวลาว่างมาเขียนบล็อกมากขึ้นครับ
ดึกแล้วครับ ฝนพึ่งหยุดไปเมื่อไม่ถึงชั่วโมงมานี้ ฟ้าคงไม่แจ่มใส เหมือนในใจยังมีอะไรติดอยู่
ใกล้ตุลาแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นบ้างหนอ
วันจันทร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
เรื่องชวนคิดหลังบอลโลก บอลไทย ..พนัน..คนเสื้อแดง
มหกรรมความสุขแห่งมนุษยชาติที่เวียนมาคราวละ 1 เดือน ทุก ๆ 4 ปีจบสิ้นลง เปิดโอกาสให้เรื่องสำคัญซีเรียสอื่น ๆ ได้ยึดพื้นที่คืนไป แม้ว่าฟุตบอลโลกที่คนไทยได้ให้ความสนใจหลังเหตุร้ายยิงกบาลเผาเมืองจบลงหมาด ๆ นั้นจะออกกร่อย ๆ เนื่องจากคนทั้งประเทศยังไม่หายช็อค แต่ก็ยังมีเรื่องชวนคิดต่อได้ เช่น เรื่องของฟุตบอลไทย(อยากไป)บอลโลก การพนันบอลที่ควบคู่กับอาญาเถื่อน หรือสถานการณ์หลังคนเลิกสนใจฟุตบอลแล้ว เป็นต้น
ประเด็นแรกนั้นเป็นประเด็นตรงเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างฟุตบอลโลกกับคนไทยเลยทีเดียว ทุกครั้งที่คนไทยได้ดูคนชาติอื่นไล่เตะลูกหนังท่ามกลางสายตาคนนับร้อยล้านผ่านทางทีวี คนไทยจะอดคิดไม่ได้ว่าเมื่อไรจะถึงทีประเทศที่มีประชากรกว่า 60 ล้านประเทศนี้บ้าง ทีสโลวีเนีย ชาติที่มีประชากรแค่ 2 ล้านหรือชาติยากจนอีกหลายชาติในกาฬทวีปเขายังผ่านรอบคัดเลือกไปแข่งได้ ทีมชาติไทยก็น่าจะมีดีเพียงพอไม่น้อยหน้าญี่ปุ่นหรือเกาหลีใต้บ้าง ยิ่งเกาหลีเหนือ ที่อันดับโลกใน FIFA Ranking ใกล้เคียงกับไทยโชว์เพลงเตะได้แค่ที่เห็น ไทยก็น่าจะผ่านเข้าสู่บอลโลกรอบสุดท้ายปี 2557 ที่บราซิลได้เหมือนกัน
สมาคมฟุตบอลไทยก็คิดเช่นนี้และกำลังเร่งทำความฝันให้เป็นจริง ปัจจัยบวกคือแรงหนุนเชียร์บอลลีกของไทยจากผู้ชมมหาศาลนั้นเป็นปรากฏการณ์ที่ในอดีตไม่เคยมี คนไทยบ้าบอลนอกมานานแล้ว คลั่งหนักเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกเสียด้วย แต่ในอดีตมีไม่กี่คนที่ตามไปดูทีมท้องถิ่นเตะบอลถ้วยหรือทัวร์นาเมนท์ต่าง ๆ แต่วันนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปเข้าสู่ระบบสากล แฟนบอลท้องถิ่นที่ติดตามทีมรักของตนอย่างเป็นรูปธรรมด้วยการซื้อสินค้าที่ระลึก เดินทางซื้อตั๋วตามไปชมทั้งนัดเหย้านัดเยือน มีอารมณ์ร่วมหายใจเข้าออกกับเรื่องราวดารานักบอลนั้นมีมาก ส่งบอลให้สโมสรต่าง ๆ อยู่ได้อย่างแข็งแกร่ง สนับสนุนระบบบอลลีกที่ดึงดูดการสนใจตลอดปีและการจัดหาพัฒนาฝีเท้านักเตะให้เข้าข่ายสากลยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ มองเพียงด้านนี้อนาคตบอลไทยก็เหมือนกับบอลญี่ปุ่นพึ่งพิงความสำเร็จของเจลีก
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยลบที่เป็นอุปสรรคขัดขวางก็คือช่วงนี้เป็นช่วงตกต่ำของทีมชาติไทย เอาแค่ตกรอบแรกบอลซีเกมส์และไม่ได้เข้ารอบสุดท้ายเอเชียนเกมส์ ก็เป็นสิ่งที่แฟนบอลรับไม่ได้แล้ว ความตกต่ำดังกล่าวนั้นอาจกล่าวได้ว่ามาจากปัญหาเดิม ๆ เช่นเรื่องของโค้ช การบริหารงานของผู้เกี่ยวข้อง วัฏจักรวงจรฟุตบอลที่ไทยถึงคราวแย่พอดี สภาพเศรษฐกิจสังคมที่มากระทบ หรือแม้กระทั่งชาติอื่นมีพัฒนาการเหนือกว่าเรา ซึ่งถ้าเป็นเช่นนี้ทีมชาติไทยคงฟื้นตัวได้ในอีกไม่นานและเมื่อสมทบกับปัจจัยบวก ไทยก็จะดีขึ้นจนไล่ตามชาติชั้นนำในเอเชียตะวันออกหรือตะวันออกกลางได้ แต่อย่าลืมว่าความสำเร็จของบอลลีกก็อาจนำมาซึ่งข้อจำกัดของทีมชาติได้ เช่น นักเตะถูกบีบให้เห็นความสำคัญของสโมสรก่อนทีมชาติ หรือนักเตะอิมพอร์ตในระดับสโมสรกลายเป็นสาเหตุให้บางตำแหน่งในทีมชาติขาดแคลนนักเตะไทยที่มีความสามารถ เป็นต้น
แต่เรื่องที่น่าห่วงใยจริง ๆ สำหรับหลังบอลโลกก็คือ การพนันบอลกับอาญาเถื่อนที่ตามทวงหนี้ที่เบี้ยวพนันกัน ทุกวันนี้การพนันบอลได้แทรกซึมไปยังหมู่เยาวชนโดยความช่วยเหลือของเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ต หากท่านผู้อ่านเห็นเด็กหนุ่มนั่งเล่นโน้ตบุ๊คอยู่คนเดียวโดยหน้าจอนั้นเป็นเรื่องกลไกยุ่งไปหมด ก็อาจนึกไม่ถึงว่าเขากำลังเล่นพนันบอลทางอินเตอร์เน็ตผ่านโค้ดของเว็บไซต์สากลที่ไม่รู้จะบล็อกยังไง เขาสามารถเล่นพนันบอลทุกทวีปของโลก (หรืออาจรวมทั้งกีฬาประเภทอื่น)โดยรับรู้ผลและแต้มต่อแบบ real time สามารถส่งโพยหรือเฉลี่ยความเสี่ยง กินค่าน้ำ ทางเน็ทอย่างที่คนภายนอกไม่เข้าใจ โลกของการพนันออนไลน์นั้นกำลังเข้ามาเปลี่ยนชีวิตของเยาวชนผู้ติดกับอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ขณะที่การจับโต๊ะพนันพร้อมโพยกระดาษกับเงินสดนั้นเป็นแค่ tip of iceberg
ท่ามกลางความรวดเร็วและปริมาณการแทงบอลที่พัฒนากันอย่างปีศาจ การใช้กำลังเข้าคุกคามทวงหนี้ถึงเลือดถึงชีวิตนั้นคือยมทูตโลกันต์ที่ทางรัฐยังเอาชนะไม่ได้ และคงต้องไล่ตามการปิดบัญชีด้วยปากกระบอกปืนแบบนี้ไปอีกนาน ถ้าไม่สามารถหาระบบทำให้พวกเจ้าพ่อพ้นจากขุมนรกใต้ดิน ช่วงปลายบอลโลกอย่างเวลานี้เป็นห้วงเวลาที่คนแทงหนักขึ้นตามความสนุกของบรรยากาศ ความดังของคู่แข่งขัน และการอยากได้เงินคืนหลังจากเสียไปมากแล้ว กว่าจะพบตัวเองว่าเป็นหนี้ล้นพ้นจนจ่ายไม่ไหวบอลโลกก็จบพอดี พวกที่ไม่ใช่นักพนันมืออาชีพอาจอยู่ไม่ถึงบอลลีกยุโรปที่จะเริ่มแข่งในเดือนหน้า แก๊งค์ทวงหนี้จะออกฆ่าตามใบสั่ง ที่ต้องแรงกับนักพนันบางรายก็เพราะเป็นการเชือดไก่ให้ลิงหนี้สูงดู
รัฐกำลังมีเรื่องอื่นวิตกมากกว่าปัญหาคนเล่นพนันฆ่ากันเอง เทศกาลบอลโลกซึ่งถือว่าเป็นห้วงเวลาหย่าศึกอย่างไม่เป็นทางการกำลังจบลง พร้อมกับลมหายใจของ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่กำลังจะขาดห้วงเพราะทนแรงเสียดสีจากภาคเศรษฐกิจไม่ไหว ฝ่ายความมั่นคงคาดการณ์ว่าฝ่ายใต้ดินเสื้อแดงบางพวกคงตอบโต้ด้วยกำลังกับเป้าหมายเปิดทั้งเป้าหมายสาธารณะและเป้าหมายบุคคลเสื้อเหลือง การตอบโต้เช่นนี้อาจสร้างความหวาดผวาให้กับสังคมโดยรวม จึงต้องดำเนินการ”กระชับ” เสื้อแดงให้หนักหน่วงขึ้นด้วยวิธีการต่าง ๆ สถานการณ์จริงจะเป็นเช่นไรนั้นยังบอกไม่ได้ ฝ่ายเสื้อแดงอาจจะมีขีดความสามารถหรือใช้ขีดความสามารถนั้นจริงอย่างที่ฝ่ายรัฐคาดการณ์ หรือพวกเขาเป็นเพียงผู้ถูกใส่ร้าย แต่ที่แน่ ๆ คือ พวกเขากำลังจะได้โอกาสเคลื่อนไหวมากขึ้น เนื่องจากความสนใจของมหาชนกลับมาสู่ประเด็นทางการเมืองอีกครั้ง ความขัดแย้งระหว่างการรุกหนักของรัฐกับการฟื้นตัวของเสื้อแดงท่ามกลางความอาฆาต จะนำไปสู่ความไร้เสถียรภาพของทุกพลังอำนาจของชาติอย่างเห็นได้ชัด เหมือนที่เคยเห็นกันมาก่อนช่วงบอลโลก
ความบันเทิงจากฟุตบอลโลกกำลังบลง ผู้คนกลับสู่โลกของความเป็นจริงที่ยังหาทางออกของวิกฤตการเมืองที่ส่งผลต่อด้านอื่นของสังคมไม่ได้ แต่อย่างน้อยพวกเขาก็ตระหนักว่าถ้าโอกาสอำนวยหรือตนเองหันไปสนใจกับเรื่องอื่นที่ตนไม่เกี่ยวข้องโดยตรง พวกเขาก็จะมีความสุขสัมพัทธ์ได้ ส่วนการแก้ไขปัญหาในภาพรวมนั้นอยู่นอกเหนือวิสัยและขีดความสามารถของคนที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงอย่างพวกเขา
ทัศนะวิจารณ์ 30 มิ.ย.
ประเด็นแรกนั้นเป็นประเด็นตรงเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างฟุตบอลโลกกับคนไทยเลยทีเดียว ทุกครั้งที่คนไทยได้ดูคนชาติอื่นไล่เตะลูกหนังท่ามกลางสายตาคนนับร้อยล้านผ่านทางทีวี คนไทยจะอดคิดไม่ได้ว่าเมื่อไรจะถึงทีประเทศที่มีประชากรกว่า 60 ล้านประเทศนี้บ้าง ทีสโลวีเนีย ชาติที่มีประชากรแค่ 2 ล้านหรือชาติยากจนอีกหลายชาติในกาฬทวีปเขายังผ่านรอบคัดเลือกไปแข่งได้ ทีมชาติไทยก็น่าจะมีดีเพียงพอไม่น้อยหน้าญี่ปุ่นหรือเกาหลีใต้บ้าง ยิ่งเกาหลีเหนือ ที่อันดับโลกใน FIFA Ranking ใกล้เคียงกับไทยโชว์เพลงเตะได้แค่ที่เห็น ไทยก็น่าจะผ่านเข้าสู่บอลโลกรอบสุดท้ายปี 2557 ที่บราซิลได้เหมือนกัน
สมาคมฟุตบอลไทยก็คิดเช่นนี้และกำลังเร่งทำความฝันให้เป็นจริง ปัจจัยบวกคือแรงหนุนเชียร์บอลลีกของไทยจากผู้ชมมหาศาลนั้นเป็นปรากฏการณ์ที่ในอดีตไม่เคยมี คนไทยบ้าบอลนอกมานานแล้ว คลั่งหนักเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกเสียด้วย แต่ในอดีตมีไม่กี่คนที่ตามไปดูทีมท้องถิ่นเตะบอลถ้วยหรือทัวร์นาเมนท์ต่าง ๆ แต่วันนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปเข้าสู่ระบบสากล แฟนบอลท้องถิ่นที่ติดตามทีมรักของตนอย่างเป็นรูปธรรมด้วยการซื้อสินค้าที่ระลึก เดินทางซื้อตั๋วตามไปชมทั้งนัดเหย้านัดเยือน มีอารมณ์ร่วมหายใจเข้าออกกับเรื่องราวดารานักบอลนั้นมีมาก ส่งบอลให้สโมสรต่าง ๆ อยู่ได้อย่างแข็งแกร่ง สนับสนุนระบบบอลลีกที่ดึงดูดการสนใจตลอดปีและการจัดหาพัฒนาฝีเท้านักเตะให้เข้าข่ายสากลยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ มองเพียงด้านนี้อนาคตบอลไทยก็เหมือนกับบอลญี่ปุ่นพึ่งพิงความสำเร็จของเจลีก
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยลบที่เป็นอุปสรรคขัดขวางก็คือช่วงนี้เป็นช่วงตกต่ำของทีมชาติไทย เอาแค่ตกรอบแรกบอลซีเกมส์และไม่ได้เข้ารอบสุดท้ายเอเชียนเกมส์ ก็เป็นสิ่งที่แฟนบอลรับไม่ได้แล้ว ความตกต่ำดังกล่าวนั้นอาจกล่าวได้ว่ามาจากปัญหาเดิม ๆ เช่นเรื่องของโค้ช การบริหารงานของผู้เกี่ยวข้อง วัฏจักรวงจรฟุตบอลที่ไทยถึงคราวแย่พอดี สภาพเศรษฐกิจสังคมที่มากระทบ หรือแม้กระทั่งชาติอื่นมีพัฒนาการเหนือกว่าเรา ซึ่งถ้าเป็นเช่นนี้ทีมชาติไทยคงฟื้นตัวได้ในอีกไม่นานและเมื่อสมทบกับปัจจัยบวก ไทยก็จะดีขึ้นจนไล่ตามชาติชั้นนำในเอเชียตะวันออกหรือตะวันออกกลางได้ แต่อย่าลืมว่าความสำเร็จของบอลลีกก็อาจนำมาซึ่งข้อจำกัดของทีมชาติได้ เช่น นักเตะถูกบีบให้เห็นความสำคัญของสโมสรก่อนทีมชาติ หรือนักเตะอิมพอร์ตในระดับสโมสรกลายเป็นสาเหตุให้บางตำแหน่งในทีมชาติขาดแคลนนักเตะไทยที่มีความสามารถ เป็นต้น
แต่เรื่องที่น่าห่วงใยจริง ๆ สำหรับหลังบอลโลกก็คือ การพนันบอลกับอาญาเถื่อนที่ตามทวงหนี้ที่เบี้ยวพนันกัน ทุกวันนี้การพนันบอลได้แทรกซึมไปยังหมู่เยาวชนโดยความช่วยเหลือของเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ต หากท่านผู้อ่านเห็นเด็กหนุ่มนั่งเล่นโน้ตบุ๊คอยู่คนเดียวโดยหน้าจอนั้นเป็นเรื่องกลไกยุ่งไปหมด ก็อาจนึกไม่ถึงว่าเขากำลังเล่นพนันบอลทางอินเตอร์เน็ตผ่านโค้ดของเว็บไซต์สากลที่ไม่รู้จะบล็อกยังไง เขาสามารถเล่นพนันบอลทุกทวีปของโลก (หรืออาจรวมทั้งกีฬาประเภทอื่น)โดยรับรู้ผลและแต้มต่อแบบ real time สามารถส่งโพยหรือเฉลี่ยความเสี่ยง กินค่าน้ำ ทางเน็ทอย่างที่คนภายนอกไม่เข้าใจ โลกของการพนันออนไลน์นั้นกำลังเข้ามาเปลี่ยนชีวิตของเยาวชนผู้ติดกับอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ขณะที่การจับโต๊ะพนันพร้อมโพยกระดาษกับเงินสดนั้นเป็นแค่ tip of iceberg
ท่ามกลางความรวดเร็วและปริมาณการแทงบอลที่พัฒนากันอย่างปีศาจ การใช้กำลังเข้าคุกคามทวงหนี้ถึงเลือดถึงชีวิตนั้นคือยมทูตโลกันต์ที่ทางรัฐยังเอาชนะไม่ได้ และคงต้องไล่ตามการปิดบัญชีด้วยปากกระบอกปืนแบบนี้ไปอีกนาน ถ้าไม่สามารถหาระบบทำให้พวกเจ้าพ่อพ้นจากขุมนรกใต้ดิน ช่วงปลายบอลโลกอย่างเวลานี้เป็นห้วงเวลาที่คนแทงหนักขึ้นตามความสนุกของบรรยากาศ ความดังของคู่แข่งขัน และการอยากได้เงินคืนหลังจากเสียไปมากแล้ว กว่าจะพบตัวเองว่าเป็นหนี้ล้นพ้นจนจ่ายไม่ไหวบอลโลกก็จบพอดี พวกที่ไม่ใช่นักพนันมืออาชีพอาจอยู่ไม่ถึงบอลลีกยุโรปที่จะเริ่มแข่งในเดือนหน้า แก๊งค์ทวงหนี้จะออกฆ่าตามใบสั่ง ที่ต้องแรงกับนักพนันบางรายก็เพราะเป็นการเชือดไก่ให้ลิงหนี้สูงดู
รัฐกำลังมีเรื่องอื่นวิตกมากกว่าปัญหาคนเล่นพนันฆ่ากันเอง เทศกาลบอลโลกซึ่งถือว่าเป็นห้วงเวลาหย่าศึกอย่างไม่เป็นทางการกำลังจบลง พร้อมกับลมหายใจของ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่กำลังจะขาดห้วงเพราะทนแรงเสียดสีจากภาคเศรษฐกิจไม่ไหว ฝ่ายความมั่นคงคาดการณ์ว่าฝ่ายใต้ดินเสื้อแดงบางพวกคงตอบโต้ด้วยกำลังกับเป้าหมายเปิดทั้งเป้าหมายสาธารณะและเป้าหมายบุคคลเสื้อเหลือง การตอบโต้เช่นนี้อาจสร้างความหวาดผวาให้กับสังคมโดยรวม จึงต้องดำเนินการ”กระชับ” เสื้อแดงให้หนักหน่วงขึ้นด้วยวิธีการต่าง ๆ สถานการณ์จริงจะเป็นเช่นไรนั้นยังบอกไม่ได้ ฝ่ายเสื้อแดงอาจจะมีขีดความสามารถหรือใช้ขีดความสามารถนั้นจริงอย่างที่ฝ่ายรัฐคาดการณ์ หรือพวกเขาเป็นเพียงผู้ถูกใส่ร้าย แต่ที่แน่ ๆ คือ พวกเขากำลังจะได้โอกาสเคลื่อนไหวมากขึ้น เนื่องจากความสนใจของมหาชนกลับมาสู่ประเด็นทางการเมืองอีกครั้ง ความขัดแย้งระหว่างการรุกหนักของรัฐกับการฟื้นตัวของเสื้อแดงท่ามกลางความอาฆาต จะนำไปสู่ความไร้เสถียรภาพของทุกพลังอำนาจของชาติอย่างเห็นได้ชัด เหมือนที่เคยเห็นกันมาก่อนช่วงบอลโลก
ความบันเทิงจากฟุตบอลโลกกำลังบลง ผู้คนกลับสู่โลกของความเป็นจริงที่ยังหาทางออกของวิกฤตการเมืองที่ส่งผลต่อด้านอื่นของสังคมไม่ได้ แต่อย่างน้อยพวกเขาก็ตระหนักว่าถ้าโอกาสอำนวยหรือตนเองหันไปสนใจกับเรื่องอื่นที่ตนไม่เกี่ยวข้องโดยตรง พวกเขาก็จะมีความสุขสัมพัทธ์ได้ ส่วนการแก้ไขปัญหาในภาพรวมนั้นอยู่นอกเหนือวิสัยและขีดความสามารถของคนที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงอย่างพวกเขา
ทัศนะวิจารณ์ 30 มิ.ย.
วันอังคารที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2553
FIFA World Cup กับการเมืองโลก
ไม่มีมหกรรมอะไรสักอย่างหนึ่งที่จะดึงดูดความสนใจของทั้งโลกให้หยุดเพื่อเฝ้าติดตามกิจกรรมนั้นได้เท่ากับการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ที่จะจัดขึ้นเป็นเวลา 1 เดือนของทุก ๆ 4 ปี การชุมนุมระหว่างประเทศอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น โอลิมปิก เอ็กซ์โป โนเบล หรือการประชุมระดับสุดยอดผู้นำโลกทั้งหลายก็ไม่เคยเรียกความสนใจในระดับที่เท่ากับรายการนี้ที่เวียนมาถึงอีกแล้วระหว่าง 11 มิ.ย.-11 ก.ค.53 ยิ่งไปกว่านั้น บ่อยครั้งการเมืองโลกก็ได้อาศัยความสนใจของประชาชนที่มีต่อการเตะลูกหนังไปในทางเอื้อประโยชน์แก่ชาติต่าง ๆ เช่นการโฆษณาชวนเชื่อ การจัดการปัญหาความสัมพันธ์กับชาติศัตรู หรือการยกระดับสถานการณ์ภายในประเทศ
ในอดีตมีตัวอย่างแสดงความจงใจของผู้นำชาติเผด็จการหลายชาติที่ใช้เวทีเวิลด์คัพสร้างความชอบธรรมให้ระบอบของตน ที่เด่นชัดที่สุดคือระบอบเผด็จการทหารของเบนิโต มุสโสลินี ที่ทำให้อิตาลีครองแชมป์บอลโลกยุคเเรก ๆ ถึง 2 สมัยซ้อนปี 1934 และ 38 ปลุกกระเเสรักชาติรักฟาสซิสท์เต็มที่
ยุครัฐบาลทหารของอาร์เจนติน่าช่วงทศวรรษ 70 ก็เช่นกัน โดยเฉพาะนายพลฮอร์เก้ วิเดล่าประธานาธิบดีที่ผลักดันให้ประเทศเป็นเจ้าภาพบอลโลกปี 1978 และทำทุกวิถีทางเพื่อให้ทีมฟ้า-ขาวชนะเลิศในปีนั้น นับเป็นการสร้างศรัทธามหาศาลแก่มวลชนฝ่ายขวาให้หนุนหลังระบอบนี้ให้อยู่ยาวนาน
ในยุคใหม่ ชาติใดได้จัดเวิลด์คัพรอบสุดท้ายนับเป็นการยกระดับตนเองในเวทีระหว่างประเทศอีกขั้น แอฟริกาใต้และบราซิลในปี 2010 และ 2014 จะแสดงให้เห็นถึงมาตรฐานนั้น ญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้เคยแสดงให้เห็นถึงการแข่งขันกันในทีจากการเป็นเจ้าภาพร่วมในปี 2002 ความเหนือกว่าในเชิงบอลของโสมขาวตอกย้ำการแก้ปมในใจของคนเกาหลีให้ตระหนักใหม่ว่ายุคนี้เกาหลีล้ำหน้าญี่ปุ่นไปเกือบทุกเรื่องแล้ว
การแข่งขันระหว่างทีมชาติที่มีฉากหลังเป็นคู่ขัดแย้งทางการเมืองยิ่งดึงดูดการจับจ้องจากประชาชนทั้งโลก คู่ที่ดัง ๆในอดีต มีอาทิ เช่น การเตะรอบแรกบอลโลกปี 1974 ซึ่งเยอรมันตะวันออกและตะวันตกมาเจอกันโดยฝ่ายหลังเป็นเจ้าภาพแต่ดันแพ้ 0-1 เสียนี่ ชัยชนะของโลกคอมมิวนิสต์ต่อทุนนิยมในครั้งนั้นถูกนำไปโฆษณาถึงความเหนือกว่าของระบอบแดงอยู่นาน
การดวลแข้งรอบ 8 ทีมสุดท้ายระหว่างอังกฤษกับอาร์เจนติน่าเมื่อปี 1986 ก็สำคัญ เพราะเป็นการล้างตาสงครามฟอล์กแลนด์ที่อังกฤษพิชิตอาร์เจนติน่าอย่างยับเยินเมื่อ 4 ปีก่อน ผลบอลออกมาในเชิงตอกย้ำความสัมพันธ์ที่เสื่อมทรามเมื่ออาร์เจนติน่าชัยชนะด้วย”หัตถ์พระเจ้า”ของดีเอโก้ มาราโดน่า
ปีนี้เกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้เข้าสู่รอบสุดท้ายพร้อมกันเป็นครั้งแรก แต่โอกาสพบกันกลางสนามแทบไม่มี เว้นแต่จะถึงรอบรองชนะเลิศกันทั้งคู่ (ซึ่งก็ร่วงไปหมดแล้วตามคาด)
ในอดีตมีตัวอย่างแสดงความจงใจของผู้นำชาติเผด็จการหลายชาติที่ใช้เวทีเวิลด์คัพสร้างความชอบธรรมให้ระบอบของตน ที่เด่นชัดที่สุดคือระบอบเผด็จการทหารของเบนิโต มุสโสลินี ที่ทำให้อิตาลีครองแชมป์บอลโลกยุคเเรก ๆ ถึง 2 สมัยซ้อนปี 1934 และ 38 ปลุกกระเเสรักชาติรักฟาสซิสท์เต็มที่
ยุครัฐบาลทหารของอาร์เจนติน่าช่วงทศวรรษ 70 ก็เช่นกัน โดยเฉพาะนายพลฮอร์เก้ วิเดล่าประธานาธิบดีที่ผลักดันให้ประเทศเป็นเจ้าภาพบอลโลกปี 1978 และทำทุกวิถีทางเพื่อให้ทีมฟ้า-ขาวชนะเลิศในปีนั้น นับเป็นการสร้างศรัทธามหาศาลแก่มวลชนฝ่ายขวาให้หนุนหลังระบอบนี้ให้อยู่ยาวนาน
ในยุคใหม่ ชาติใดได้จัดเวิลด์คัพรอบสุดท้ายนับเป็นการยกระดับตนเองในเวทีระหว่างประเทศอีกขั้น แอฟริกาใต้และบราซิลในปี 2010 และ 2014 จะแสดงให้เห็นถึงมาตรฐานนั้น ญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้เคยแสดงให้เห็นถึงการแข่งขันกันในทีจากการเป็นเจ้าภาพร่วมในปี 2002 ความเหนือกว่าในเชิงบอลของโสมขาวตอกย้ำการแก้ปมในใจของคนเกาหลีให้ตระหนักใหม่ว่ายุคนี้เกาหลีล้ำหน้าญี่ปุ่นไปเกือบทุกเรื่องแล้ว
การแข่งขันระหว่างทีมชาติที่มีฉากหลังเป็นคู่ขัดแย้งทางการเมืองยิ่งดึงดูดการจับจ้องจากประชาชนทั้งโลก คู่ที่ดัง ๆในอดีต มีอาทิ เช่น การเตะรอบแรกบอลโลกปี 1974 ซึ่งเยอรมันตะวันออกและตะวันตกมาเจอกันโดยฝ่ายหลังเป็นเจ้าภาพแต่ดันแพ้ 0-1 เสียนี่ ชัยชนะของโลกคอมมิวนิสต์ต่อทุนนิยมในครั้งนั้นถูกนำไปโฆษณาถึงความเหนือกว่าของระบอบแดงอยู่นาน
การดวลแข้งรอบ 8 ทีมสุดท้ายระหว่างอังกฤษกับอาร์เจนติน่าเมื่อปี 1986 ก็สำคัญ เพราะเป็นการล้างตาสงครามฟอล์กแลนด์ที่อังกฤษพิชิตอาร์เจนติน่าอย่างยับเยินเมื่อ 4 ปีก่อน ผลบอลออกมาในเชิงตอกย้ำความสัมพันธ์ที่เสื่อมทรามเมื่ออาร์เจนติน่าชัยชนะด้วย”หัตถ์พระเจ้า”ของดีเอโก้ มาราโดน่า
ปีนี้เกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้เข้าสู่รอบสุดท้ายพร้อมกันเป็นครั้งแรก แต่โอกาสพบกันกลางสนามแทบไม่มี เว้นแต่จะถึงรอบรองชนะเลิศกันทั้งคู่ (ซึ่งก็ร่วงไปหมดแล้วตามคาด)
วันพฤหัสบดีที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2553
อนาคตของกองทัพอยู่ที่อุตสาหกรรมการป้องกันประเทศ
การที่กองทัพไทยซึ่งเป็นกองทัพอันดับ 2 ของเอเชียเมื่อประมาณ 80 ปีก่อน ค่อย ๆ ลดทอนลงมาจนต้องถูกกองทัพท้ายแถวอย่างกัมพูชาท้าทายทุกวันนี้ ได้กล่าวไปแล้วในบทก่อนว่าเกิดจากความชะงักงันของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ในด้านอาวุธชั้นสูงนั้นเราเลิกซื้อลิขสิทธิ์เครื่องบินมาสร้างเอง ทั้งที่เครื่องบินแบบคอร์แซร์และฮ็อกพับ เวอร์ชั่นไทยทำนั้นฉกาจขนาดไล่โจมตีฝรั่งเศสในสงครามอินโดจีนโงหัวไม่ขึ้นมาแล้ว
ในรอบ 60 ปีมานี้ เราหันไปจัดหาแบบซื้อจากชาติตะวันตกเป็นหลัก โดยไม่ต้องถ่ายทอดเทคโนโลยีกันเสียด้วย ทำให้กองทัพไทยไม่สามารถทะลุกรอบปัญญาประดิษฐ์ สร้างอาวุธเทคโนโลยีสูงเองแบบอินเดียหรือจีนไม่ได้ ขณะที่อาวุธชั้นรองเช่นปืนเล็ก กระสุน ระเบิด เราก็ทำได้ในระดับหนึ่ง วิจัยมาก็ยังต้องรอตรวจนั่น ประเมินนี่ ไป ๆ มา ๆ ก็อยู่ในหิ้งหนังสือเป็นส่วนใหญ่ ซื้อต่างชาติเอาง่ายกว่า
นอกเหนือจากการติดกับต่างชาติ ที่ต้องซื้อของจากฝรั่งและจีนกันไม่หยุดหย่อนแล้ว กระบวนการเอื้อประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยยังมีปัญหา เช่น ในทางกฏหมาย พ.ร.บ.ด้านนี้ยังไม่ออกมา จึงยังไม่รู้ทิศทางอย่างเป็นทางการว่าเราจะดำเนินไปอย่างไร
จริง ๆ แล้วผู้ใหญ่ก็พึ่งกำหนดนโยบายด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศไปเมื่อ ธ.ค.52 นี้เอง กว่าจะกลไกทุกอย่างจะเดินเครื่องและเห็นผลสำเร็จก็คงต้องใช้เวลาอีกนาน แล้วจะทันกับชาติเพื่อนบ้านที่เร่งเครื่องอุตสาหกรรมชนิดนี้ไปนานแล้วหรือไม่
ขณะที่ไทยยังไม่ชัดเจนว่าเอกชนจะเข้ามาร่วมมือพัฒนาการสร้างยุทโธปกรณ์และยุทธปัจจัยได้ขนาดไหน กองทัพเรือยังพิจารณาดินขับจรวดที่สร้างเองว่าจะเวิร์คหรือไม่ และปืนใหญ่ต้นแบบที่กองทัพจัดสร้างยังไม่ขึ้นประจำการ ชาติอย่างเวียดนามและมาเลเซีย ก็พากันพัฒนายุทโธปกรณ์ของตนไปลิ่ว ไม่ต้องพูดถึงสิงคโปร์ ถึงวันนี้แม้ว่าพวกเขาจะยังคงต้องซื้อหาอาวุธต่างชาติอยู่ แต่ก็ไปได้ไกล ที่เวียดนามนั้นมีการจัดตั้งวิสาหกิจของทุกกองพล กรมการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของอดีตชาติที่พึ่งพาแต่อาวุธโซเวียต บัดนี้ร่วมลงทุนกับเอกชนทั้งในและนอกประเทศ ในด้านสื่อสาร ต่อเรือ การบินและสื่อสาร ไม่เว้นแม้แต่ด้านที่มิใช่การรบเช่นรองเท้า
ความจริงโครงสร้างของอุตสาหกรรมและพลังงานของกองทัพไทยนั้นไม่เลวเลย ในทางทฤษฎีเรายังกุม สป.ของเราเองไว้ได้ ไม่ว่าจะเป็นเภสัชกรรม พลังงาน กระสุน อาวุธ ปิโตรเลียมหรือสื่อสาร กองทัพมีหน่วยงานวิจัยและผลิตไม่น้อย ขอให้กองทัพกำหนดนโยบายให้ชัดเจน ทุ่มเทงบประมาณด้านวิจัยลงมา ส่งเสริมบุคลากรอันทรงคุณค่า ผลักดันงานวิจัยให้กลายเป็นจริง นำผลผลิตแบบไทยทำประจำการบรรจุแทนการจัดหาจากต่างชาติ ร่วมทุนเอกชนแบบเดินหน้าเปิดหลากหลายพรมแดนข่ายงาน หาทางให้ได้ลิขสิทธิ์และเทคโนโลยีชั้นนำมาผลิตเอง ถ้าทำเช่นนี้ได้ อนาคตก็พอมองเห็นครับ
คมชัดลึก 3 กุมภาพันธ์ ปีนี้
ในรอบ 60 ปีมานี้ เราหันไปจัดหาแบบซื้อจากชาติตะวันตกเป็นหลัก โดยไม่ต้องถ่ายทอดเทคโนโลยีกันเสียด้วย ทำให้กองทัพไทยไม่สามารถทะลุกรอบปัญญาประดิษฐ์ สร้างอาวุธเทคโนโลยีสูงเองแบบอินเดียหรือจีนไม่ได้ ขณะที่อาวุธชั้นรองเช่นปืนเล็ก กระสุน ระเบิด เราก็ทำได้ในระดับหนึ่ง วิจัยมาก็ยังต้องรอตรวจนั่น ประเมินนี่ ไป ๆ มา ๆ ก็อยู่ในหิ้งหนังสือเป็นส่วนใหญ่ ซื้อต่างชาติเอาง่ายกว่า
นอกเหนือจากการติดกับต่างชาติ ที่ต้องซื้อของจากฝรั่งและจีนกันไม่หยุดหย่อนแล้ว กระบวนการเอื้อประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยยังมีปัญหา เช่น ในทางกฏหมาย พ.ร.บ.ด้านนี้ยังไม่ออกมา จึงยังไม่รู้ทิศทางอย่างเป็นทางการว่าเราจะดำเนินไปอย่างไร
จริง ๆ แล้วผู้ใหญ่ก็พึ่งกำหนดนโยบายด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศไปเมื่อ ธ.ค.52 นี้เอง กว่าจะกลไกทุกอย่างจะเดินเครื่องและเห็นผลสำเร็จก็คงต้องใช้เวลาอีกนาน แล้วจะทันกับชาติเพื่อนบ้านที่เร่งเครื่องอุตสาหกรรมชนิดนี้ไปนานแล้วหรือไม่
ขณะที่ไทยยังไม่ชัดเจนว่าเอกชนจะเข้ามาร่วมมือพัฒนาการสร้างยุทโธปกรณ์และยุทธปัจจัยได้ขนาดไหน กองทัพเรือยังพิจารณาดินขับจรวดที่สร้างเองว่าจะเวิร์คหรือไม่ และปืนใหญ่ต้นแบบที่กองทัพจัดสร้างยังไม่ขึ้นประจำการ ชาติอย่างเวียดนามและมาเลเซีย ก็พากันพัฒนายุทโธปกรณ์ของตนไปลิ่ว ไม่ต้องพูดถึงสิงคโปร์ ถึงวันนี้แม้ว่าพวกเขาจะยังคงต้องซื้อหาอาวุธต่างชาติอยู่ แต่ก็ไปได้ไกล ที่เวียดนามนั้นมีการจัดตั้งวิสาหกิจของทุกกองพล กรมการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของอดีตชาติที่พึ่งพาแต่อาวุธโซเวียต บัดนี้ร่วมลงทุนกับเอกชนทั้งในและนอกประเทศ ในด้านสื่อสาร ต่อเรือ การบินและสื่อสาร ไม่เว้นแม้แต่ด้านที่มิใช่การรบเช่นรองเท้า
ความจริงโครงสร้างของอุตสาหกรรมและพลังงานของกองทัพไทยนั้นไม่เลวเลย ในทางทฤษฎีเรายังกุม สป.ของเราเองไว้ได้ ไม่ว่าจะเป็นเภสัชกรรม พลังงาน กระสุน อาวุธ ปิโตรเลียมหรือสื่อสาร กองทัพมีหน่วยงานวิจัยและผลิตไม่น้อย ขอให้กองทัพกำหนดนโยบายให้ชัดเจน ทุ่มเทงบประมาณด้านวิจัยลงมา ส่งเสริมบุคลากรอันทรงคุณค่า ผลักดันงานวิจัยให้กลายเป็นจริง นำผลผลิตแบบไทยทำประจำการบรรจุแทนการจัดหาจากต่างชาติ ร่วมทุนเอกชนแบบเดินหน้าเปิดหลากหลายพรมแดนข่ายงาน หาทางให้ได้ลิขสิทธิ์และเทคโนโลยีชั้นนำมาผลิตเอง ถ้าทำเช่นนี้ได้ อนาคตก็พอมองเห็นครับ
คมชัดลึก 3 กุมภาพันธ์ ปีนี้
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
