มหกรรมความสุขแห่งมนุษยชาติที่เวียนมาคราวละ 1 เดือน ทุก ๆ 4 ปีจบสิ้นลง เปิดโอกาสให้เรื่องสำคัญซีเรียสอื่น ๆ ได้ยึดพื้นที่คืนไป แม้ว่าฟุตบอลโลกที่คนไทยได้ให้ความสนใจหลังเหตุร้ายยิงกบาลเผาเมืองจบลงหมาด ๆ นั้นจะออกกร่อย ๆ เนื่องจากคนทั้งประเทศยังไม่หายช็อค แต่ก็ยังมีเรื่องชวนคิดต่อได้ เช่น เรื่องของฟุตบอลไทย(อยากไป)บอลโลก การพนันบอลที่ควบคู่กับอาญาเถื่อน หรือสถานการณ์หลังคนเลิกสนใจฟุตบอลแล้ว เป็นต้น
ประเด็นแรกนั้นเป็นประเด็นตรงเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างฟุตบอลโลกกับคนไทยเลยทีเดียว ทุกครั้งที่คนไทยได้ดูคนชาติอื่นไล่เตะลูกหนังท่ามกลางสายตาคนนับร้อยล้านผ่านทางทีวี คนไทยจะอดคิดไม่ได้ว่าเมื่อไรจะถึงทีประเทศที่มีประชากรกว่า 60 ล้านประเทศนี้บ้าง ทีสโลวีเนีย ชาติที่มีประชากรแค่ 2 ล้านหรือชาติยากจนอีกหลายชาติในกาฬทวีปเขายังผ่านรอบคัดเลือกไปแข่งได้ ทีมชาติไทยก็น่าจะมีดีเพียงพอไม่น้อยหน้าญี่ปุ่นหรือเกาหลีใต้บ้าง ยิ่งเกาหลีเหนือ ที่อันดับโลกใน FIFA Ranking ใกล้เคียงกับไทยโชว์เพลงเตะได้แค่ที่เห็น ไทยก็น่าจะผ่านเข้าสู่บอลโลกรอบสุดท้ายปี 2557 ที่บราซิลได้เหมือนกัน
สมาคมฟุตบอลไทยก็คิดเช่นนี้และกำลังเร่งทำความฝันให้เป็นจริง ปัจจัยบวกคือแรงหนุนเชียร์บอลลีกของไทยจากผู้ชมมหาศาลนั้นเป็นปรากฏการณ์ที่ในอดีตไม่เคยมี คนไทยบ้าบอลนอกมานานแล้ว คลั่งหนักเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกเสียด้วย แต่ในอดีตมีไม่กี่คนที่ตามไปดูทีมท้องถิ่นเตะบอลถ้วยหรือทัวร์นาเมนท์ต่าง ๆ แต่วันนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปเข้าสู่ระบบสากล แฟนบอลท้องถิ่นที่ติดตามทีมรักของตนอย่างเป็นรูปธรรมด้วยการซื้อสินค้าที่ระลึก เดินทางซื้อตั๋วตามไปชมทั้งนัดเหย้านัดเยือน มีอารมณ์ร่วมหายใจเข้าออกกับเรื่องราวดารานักบอลนั้นมีมาก ส่งบอลให้สโมสรต่าง ๆ อยู่ได้อย่างแข็งแกร่ง สนับสนุนระบบบอลลีกที่ดึงดูดการสนใจตลอดปีและการจัดหาพัฒนาฝีเท้านักเตะให้เข้าข่ายสากลยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ มองเพียงด้านนี้อนาคตบอลไทยก็เหมือนกับบอลญี่ปุ่นพึ่งพิงความสำเร็จของเจลีก
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยลบที่เป็นอุปสรรคขัดขวางก็คือช่วงนี้เป็นช่วงตกต่ำของทีมชาติไทย เอาแค่ตกรอบแรกบอลซีเกมส์และไม่ได้เข้ารอบสุดท้ายเอเชียนเกมส์ ก็เป็นสิ่งที่แฟนบอลรับไม่ได้แล้ว ความตกต่ำดังกล่าวนั้นอาจกล่าวได้ว่ามาจากปัญหาเดิม ๆ เช่นเรื่องของโค้ช การบริหารงานของผู้เกี่ยวข้อง วัฏจักรวงจรฟุตบอลที่ไทยถึงคราวแย่พอดี สภาพเศรษฐกิจสังคมที่มากระทบ หรือแม้กระทั่งชาติอื่นมีพัฒนาการเหนือกว่าเรา ซึ่งถ้าเป็นเช่นนี้ทีมชาติไทยคงฟื้นตัวได้ในอีกไม่นานและเมื่อสมทบกับปัจจัยบวก ไทยก็จะดีขึ้นจนไล่ตามชาติชั้นนำในเอเชียตะวันออกหรือตะวันออกกลางได้ แต่อย่าลืมว่าความสำเร็จของบอลลีกก็อาจนำมาซึ่งข้อจำกัดของทีมชาติได้ เช่น นักเตะถูกบีบให้เห็นความสำคัญของสโมสรก่อนทีมชาติ หรือนักเตะอิมพอร์ตในระดับสโมสรกลายเป็นสาเหตุให้บางตำแหน่งในทีมชาติขาดแคลนนักเตะไทยที่มีความสามารถ เป็นต้น
แต่เรื่องที่น่าห่วงใยจริง ๆ สำหรับหลังบอลโลกก็คือ การพนันบอลกับอาญาเถื่อนที่ตามทวงหนี้ที่เบี้ยวพนันกัน ทุกวันนี้การพนันบอลได้แทรกซึมไปยังหมู่เยาวชนโดยความช่วยเหลือของเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ต หากท่านผู้อ่านเห็นเด็กหนุ่มนั่งเล่นโน้ตบุ๊คอยู่คนเดียวโดยหน้าจอนั้นเป็นเรื่องกลไกยุ่งไปหมด ก็อาจนึกไม่ถึงว่าเขากำลังเล่นพนันบอลทางอินเตอร์เน็ตผ่านโค้ดของเว็บไซต์สากลที่ไม่รู้จะบล็อกยังไง เขาสามารถเล่นพนันบอลทุกทวีปของโลก (หรืออาจรวมทั้งกีฬาประเภทอื่น)โดยรับรู้ผลและแต้มต่อแบบ real time สามารถส่งโพยหรือเฉลี่ยความเสี่ยง กินค่าน้ำ ทางเน็ทอย่างที่คนภายนอกไม่เข้าใจ โลกของการพนันออนไลน์นั้นกำลังเข้ามาเปลี่ยนชีวิตของเยาวชนผู้ติดกับอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ขณะที่การจับโต๊ะพนันพร้อมโพยกระดาษกับเงินสดนั้นเป็นแค่ tip of iceberg
ท่ามกลางความรวดเร็วและปริมาณการแทงบอลที่พัฒนากันอย่างปีศาจ การใช้กำลังเข้าคุกคามทวงหนี้ถึงเลือดถึงชีวิตนั้นคือยมทูตโลกันต์ที่ทางรัฐยังเอาชนะไม่ได้ และคงต้องไล่ตามการปิดบัญชีด้วยปากกระบอกปืนแบบนี้ไปอีกนาน ถ้าไม่สามารถหาระบบทำให้พวกเจ้าพ่อพ้นจากขุมนรกใต้ดิน ช่วงปลายบอลโลกอย่างเวลานี้เป็นห้วงเวลาที่คนแทงหนักขึ้นตามความสนุกของบรรยากาศ ความดังของคู่แข่งขัน และการอยากได้เงินคืนหลังจากเสียไปมากแล้ว กว่าจะพบตัวเองว่าเป็นหนี้ล้นพ้นจนจ่ายไม่ไหวบอลโลกก็จบพอดี พวกที่ไม่ใช่นักพนันมืออาชีพอาจอยู่ไม่ถึงบอลลีกยุโรปที่จะเริ่มแข่งในเดือนหน้า แก๊งค์ทวงหนี้จะออกฆ่าตามใบสั่ง ที่ต้องแรงกับนักพนันบางรายก็เพราะเป็นการเชือดไก่ให้ลิงหนี้สูงดู
รัฐกำลังมีเรื่องอื่นวิตกมากกว่าปัญหาคนเล่นพนันฆ่ากันเอง เทศกาลบอลโลกซึ่งถือว่าเป็นห้วงเวลาหย่าศึกอย่างไม่เป็นทางการกำลังจบลง พร้อมกับลมหายใจของ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่กำลังจะขาดห้วงเพราะทนแรงเสียดสีจากภาคเศรษฐกิจไม่ไหว ฝ่ายความมั่นคงคาดการณ์ว่าฝ่ายใต้ดินเสื้อแดงบางพวกคงตอบโต้ด้วยกำลังกับเป้าหมายเปิดทั้งเป้าหมายสาธารณะและเป้าหมายบุคคลเสื้อเหลือง การตอบโต้เช่นนี้อาจสร้างความหวาดผวาให้กับสังคมโดยรวม จึงต้องดำเนินการ”กระชับ” เสื้อแดงให้หนักหน่วงขึ้นด้วยวิธีการต่าง ๆ สถานการณ์จริงจะเป็นเช่นไรนั้นยังบอกไม่ได้ ฝ่ายเสื้อแดงอาจจะมีขีดความสามารถหรือใช้ขีดความสามารถนั้นจริงอย่างที่ฝ่ายรัฐคาดการณ์ หรือพวกเขาเป็นเพียงผู้ถูกใส่ร้าย แต่ที่แน่ ๆ คือ พวกเขากำลังจะได้โอกาสเคลื่อนไหวมากขึ้น เนื่องจากความสนใจของมหาชนกลับมาสู่ประเด็นทางการเมืองอีกครั้ง ความขัดแย้งระหว่างการรุกหนักของรัฐกับการฟื้นตัวของเสื้อแดงท่ามกลางความอาฆาต จะนำไปสู่ความไร้เสถียรภาพของทุกพลังอำนาจของชาติอย่างเห็นได้ชัด เหมือนที่เคยเห็นกันมาก่อนช่วงบอลโลก
ความบันเทิงจากฟุตบอลโลกกำลังบลง ผู้คนกลับสู่โลกของความเป็นจริงที่ยังหาทางออกของวิกฤตการเมืองที่ส่งผลต่อด้านอื่นของสังคมไม่ได้ แต่อย่างน้อยพวกเขาก็ตระหนักว่าถ้าโอกาสอำนวยหรือตนเองหันไปสนใจกับเรื่องอื่นที่ตนไม่เกี่ยวข้องโดยตรง พวกเขาก็จะมีความสุขสัมพัทธ์ได้ ส่วนการแก้ไขปัญหาในภาพรวมนั้นอยู่นอกเหนือวิสัยและขีดความสามารถของคนที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงอย่างพวกเขา
ทัศนะวิจารณ์ 30 มิ.ย.
วันจันทร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
วันอังคารที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2553
FIFA World Cup กับการเมืองโลก
ไม่มีมหกรรมอะไรสักอย่างหนึ่งที่จะดึงดูดความสนใจของทั้งโลกให้หยุดเพื่อเฝ้าติดตามกิจกรรมนั้นได้เท่ากับการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ที่จะจัดขึ้นเป็นเวลา 1 เดือนของทุก ๆ 4 ปี การชุมนุมระหว่างประเทศอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น โอลิมปิก เอ็กซ์โป โนเบล หรือการประชุมระดับสุดยอดผู้นำโลกทั้งหลายก็ไม่เคยเรียกความสนใจในระดับที่เท่ากับรายการนี้ที่เวียนมาถึงอีกแล้วระหว่าง 11 มิ.ย.-11 ก.ค.53 ยิ่งไปกว่านั้น บ่อยครั้งการเมืองโลกก็ได้อาศัยความสนใจของประชาชนที่มีต่อการเตะลูกหนังไปในทางเอื้อประโยชน์แก่ชาติต่าง ๆ เช่นการโฆษณาชวนเชื่อ การจัดการปัญหาความสัมพันธ์กับชาติศัตรู หรือการยกระดับสถานการณ์ภายในประเทศ
ในอดีตมีตัวอย่างแสดงความจงใจของผู้นำชาติเผด็จการหลายชาติที่ใช้เวทีเวิลด์คัพสร้างความชอบธรรมให้ระบอบของตน ที่เด่นชัดที่สุดคือระบอบเผด็จการทหารของเบนิโต มุสโสลินี ที่ทำให้อิตาลีครองแชมป์บอลโลกยุคเเรก ๆ ถึง 2 สมัยซ้อนปี 1934 และ 38 ปลุกกระเเสรักชาติรักฟาสซิสท์เต็มที่
ยุครัฐบาลทหารของอาร์เจนติน่าช่วงทศวรรษ 70 ก็เช่นกัน โดยเฉพาะนายพลฮอร์เก้ วิเดล่าประธานาธิบดีที่ผลักดันให้ประเทศเป็นเจ้าภาพบอลโลกปี 1978 และทำทุกวิถีทางเพื่อให้ทีมฟ้า-ขาวชนะเลิศในปีนั้น นับเป็นการสร้างศรัทธามหาศาลแก่มวลชนฝ่ายขวาให้หนุนหลังระบอบนี้ให้อยู่ยาวนาน
ในยุคใหม่ ชาติใดได้จัดเวิลด์คัพรอบสุดท้ายนับเป็นการยกระดับตนเองในเวทีระหว่างประเทศอีกขั้น แอฟริกาใต้และบราซิลในปี 2010 และ 2014 จะแสดงให้เห็นถึงมาตรฐานนั้น ญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้เคยแสดงให้เห็นถึงการแข่งขันกันในทีจากการเป็นเจ้าภาพร่วมในปี 2002 ความเหนือกว่าในเชิงบอลของโสมขาวตอกย้ำการแก้ปมในใจของคนเกาหลีให้ตระหนักใหม่ว่ายุคนี้เกาหลีล้ำหน้าญี่ปุ่นไปเกือบทุกเรื่องแล้ว
การแข่งขันระหว่างทีมชาติที่มีฉากหลังเป็นคู่ขัดแย้งทางการเมืองยิ่งดึงดูดการจับจ้องจากประชาชนทั้งโลก คู่ที่ดัง ๆในอดีต มีอาทิ เช่น การเตะรอบแรกบอลโลกปี 1974 ซึ่งเยอรมันตะวันออกและตะวันตกมาเจอกันโดยฝ่ายหลังเป็นเจ้าภาพแต่ดันแพ้ 0-1 เสียนี่ ชัยชนะของโลกคอมมิวนิสต์ต่อทุนนิยมในครั้งนั้นถูกนำไปโฆษณาถึงความเหนือกว่าของระบอบแดงอยู่นาน
การดวลแข้งรอบ 8 ทีมสุดท้ายระหว่างอังกฤษกับอาร์เจนติน่าเมื่อปี 1986 ก็สำคัญ เพราะเป็นการล้างตาสงครามฟอล์กแลนด์ที่อังกฤษพิชิตอาร์เจนติน่าอย่างยับเยินเมื่อ 4 ปีก่อน ผลบอลออกมาในเชิงตอกย้ำความสัมพันธ์ที่เสื่อมทรามเมื่ออาร์เจนติน่าชัยชนะด้วย”หัตถ์พระเจ้า”ของดีเอโก้ มาราโดน่า
ปีนี้เกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้เข้าสู่รอบสุดท้ายพร้อมกันเป็นครั้งแรก แต่โอกาสพบกันกลางสนามแทบไม่มี เว้นแต่จะถึงรอบรองชนะเลิศกันทั้งคู่ (ซึ่งก็ร่วงไปหมดแล้วตามคาด)
ในอดีตมีตัวอย่างแสดงความจงใจของผู้นำชาติเผด็จการหลายชาติที่ใช้เวทีเวิลด์คัพสร้างความชอบธรรมให้ระบอบของตน ที่เด่นชัดที่สุดคือระบอบเผด็จการทหารของเบนิโต มุสโสลินี ที่ทำให้อิตาลีครองแชมป์บอลโลกยุคเเรก ๆ ถึง 2 สมัยซ้อนปี 1934 และ 38 ปลุกกระเเสรักชาติรักฟาสซิสท์เต็มที่
ยุครัฐบาลทหารของอาร์เจนติน่าช่วงทศวรรษ 70 ก็เช่นกัน โดยเฉพาะนายพลฮอร์เก้ วิเดล่าประธานาธิบดีที่ผลักดันให้ประเทศเป็นเจ้าภาพบอลโลกปี 1978 และทำทุกวิถีทางเพื่อให้ทีมฟ้า-ขาวชนะเลิศในปีนั้น นับเป็นการสร้างศรัทธามหาศาลแก่มวลชนฝ่ายขวาให้หนุนหลังระบอบนี้ให้อยู่ยาวนาน
ในยุคใหม่ ชาติใดได้จัดเวิลด์คัพรอบสุดท้ายนับเป็นการยกระดับตนเองในเวทีระหว่างประเทศอีกขั้น แอฟริกาใต้และบราซิลในปี 2010 และ 2014 จะแสดงให้เห็นถึงมาตรฐานนั้น ญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้เคยแสดงให้เห็นถึงการแข่งขันกันในทีจากการเป็นเจ้าภาพร่วมในปี 2002 ความเหนือกว่าในเชิงบอลของโสมขาวตอกย้ำการแก้ปมในใจของคนเกาหลีให้ตระหนักใหม่ว่ายุคนี้เกาหลีล้ำหน้าญี่ปุ่นไปเกือบทุกเรื่องแล้ว
การแข่งขันระหว่างทีมชาติที่มีฉากหลังเป็นคู่ขัดแย้งทางการเมืองยิ่งดึงดูดการจับจ้องจากประชาชนทั้งโลก คู่ที่ดัง ๆในอดีต มีอาทิ เช่น การเตะรอบแรกบอลโลกปี 1974 ซึ่งเยอรมันตะวันออกและตะวันตกมาเจอกันโดยฝ่ายหลังเป็นเจ้าภาพแต่ดันแพ้ 0-1 เสียนี่ ชัยชนะของโลกคอมมิวนิสต์ต่อทุนนิยมในครั้งนั้นถูกนำไปโฆษณาถึงความเหนือกว่าของระบอบแดงอยู่นาน
การดวลแข้งรอบ 8 ทีมสุดท้ายระหว่างอังกฤษกับอาร์เจนติน่าเมื่อปี 1986 ก็สำคัญ เพราะเป็นการล้างตาสงครามฟอล์กแลนด์ที่อังกฤษพิชิตอาร์เจนติน่าอย่างยับเยินเมื่อ 4 ปีก่อน ผลบอลออกมาในเชิงตอกย้ำความสัมพันธ์ที่เสื่อมทรามเมื่ออาร์เจนติน่าชัยชนะด้วย”หัตถ์พระเจ้า”ของดีเอโก้ มาราโดน่า
ปีนี้เกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้เข้าสู่รอบสุดท้ายพร้อมกันเป็นครั้งแรก แต่โอกาสพบกันกลางสนามแทบไม่มี เว้นแต่จะถึงรอบรองชนะเลิศกันทั้งคู่ (ซึ่งก็ร่วงไปหมดแล้วตามคาด)
วันพฤหัสบดีที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2553
อนาคตของกองทัพอยู่ที่อุตสาหกรรมการป้องกันประเทศ
การที่กองทัพไทยซึ่งเป็นกองทัพอันดับ 2 ของเอเชียเมื่อประมาณ 80 ปีก่อน ค่อย ๆ ลดทอนลงมาจนต้องถูกกองทัพท้ายแถวอย่างกัมพูชาท้าทายทุกวันนี้ ได้กล่าวไปแล้วในบทก่อนว่าเกิดจากความชะงักงันของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ในด้านอาวุธชั้นสูงนั้นเราเลิกซื้อลิขสิทธิ์เครื่องบินมาสร้างเอง ทั้งที่เครื่องบินแบบคอร์แซร์และฮ็อกพับ เวอร์ชั่นไทยทำนั้นฉกาจขนาดไล่โจมตีฝรั่งเศสในสงครามอินโดจีนโงหัวไม่ขึ้นมาแล้ว
ในรอบ 60 ปีมานี้ เราหันไปจัดหาแบบซื้อจากชาติตะวันตกเป็นหลัก โดยไม่ต้องถ่ายทอดเทคโนโลยีกันเสียด้วย ทำให้กองทัพไทยไม่สามารถทะลุกรอบปัญญาประดิษฐ์ สร้างอาวุธเทคโนโลยีสูงเองแบบอินเดียหรือจีนไม่ได้ ขณะที่อาวุธชั้นรองเช่นปืนเล็ก กระสุน ระเบิด เราก็ทำได้ในระดับหนึ่ง วิจัยมาก็ยังต้องรอตรวจนั่น ประเมินนี่ ไป ๆ มา ๆ ก็อยู่ในหิ้งหนังสือเป็นส่วนใหญ่ ซื้อต่างชาติเอาง่ายกว่า
นอกเหนือจากการติดกับต่างชาติ ที่ต้องซื้อของจากฝรั่งและจีนกันไม่หยุดหย่อนแล้ว กระบวนการเอื้อประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยยังมีปัญหา เช่น ในทางกฏหมาย พ.ร.บ.ด้านนี้ยังไม่ออกมา จึงยังไม่รู้ทิศทางอย่างเป็นทางการว่าเราจะดำเนินไปอย่างไร
จริง ๆ แล้วผู้ใหญ่ก็พึ่งกำหนดนโยบายด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศไปเมื่อ ธ.ค.52 นี้เอง กว่าจะกลไกทุกอย่างจะเดินเครื่องและเห็นผลสำเร็จก็คงต้องใช้เวลาอีกนาน แล้วจะทันกับชาติเพื่อนบ้านที่เร่งเครื่องอุตสาหกรรมชนิดนี้ไปนานแล้วหรือไม่
ขณะที่ไทยยังไม่ชัดเจนว่าเอกชนจะเข้ามาร่วมมือพัฒนาการสร้างยุทโธปกรณ์และยุทธปัจจัยได้ขนาดไหน กองทัพเรือยังพิจารณาดินขับจรวดที่สร้างเองว่าจะเวิร์คหรือไม่ และปืนใหญ่ต้นแบบที่กองทัพจัดสร้างยังไม่ขึ้นประจำการ ชาติอย่างเวียดนามและมาเลเซีย ก็พากันพัฒนายุทโธปกรณ์ของตนไปลิ่ว ไม่ต้องพูดถึงสิงคโปร์ ถึงวันนี้แม้ว่าพวกเขาจะยังคงต้องซื้อหาอาวุธต่างชาติอยู่ แต่ก็ไปได้ไกล ที่เวียดนามนั้นมีการจัดตั้งวิสาหกิจของทุกกองพล กรมการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของอดีตชาติที่พึ่งพาแต่อาวุธโซเวียต บัดนี้ร่วมลงทุนกับเอกชนทั้งในและนอกประเทศ ในด้านสื่อสาร ต่อเรือ การบินและสื่อสาร ไม่เว้นแม้แต่ด้านที่มิใช่การรบเช่นรองเท้า
ความจริงโครงสร้างของอุตสาหกรรมและพลังงานของกองทัพไทยนั้นไม่เลวเลย ในทางทฤษฎีเรายังกุม สป.ของเราเองไว้ได้ ไม่ว่าจะเป็นเภสัชกรรม พลังงาน กระสุน อาวุธ ปิโตรเลียมหรือสื่อสาร กองทัพมีหน่วยงานวิจัยและผลิตไม่น้อย ขอให้กองทัพกำหนดนโยบายให้ชัดเจน ทุ่มเทงบประมาณด้านวิจัยลงมา ส่งเสริมบุคลากรอันทรงคุณค่า ผลักดันงานวิจัยให้กลายเป็นจริง นำผลผลิตแบบไทยทำประจำการบรรจุแทนการจัดหาจากต่างชาติ ร่วมทุนเอกชนแบบเดินหน้าเปิดหลากหลายพรมแดนข่ายงาน หาทางให้ได้ลิขสิทธิ์และเทคโนโลยีชั้นนำมาผลิตเอง ถ้าทำเช่นนี้ได้ อนาคตก็พอมองเห็นครับ
คมชัดลึก 3 กุมภาพันธ์ ปีนี้
ในรอบ 60 ปีมานี้ เราหันไปจัดหาแบบซื้อจากชาติตะวันตกเป็นหลัก โดยไม่ต้องถ่ายทอดเทคโนโลยีกันเสียด้วย ทำให้กองทัพไทยไม่สามารถทะลุกรอบปัญญาประดิษฐ์ สร้างอาวุธเทคโนโลยีสูงเองแบบอินเดียหรือจีนไม่ได้ ขณะที่อาวุธชั้นรองเช่นปืนเล็ก กระสุน ระเบิด เราก็ทำได้ในระดับหนึ่ง วิจัยมาก็ยังต้องรอตรวจนั่น ประเมินนี่ ไป ๆ มา ๆ ก็อยู่ในหิ้งหนังสือเป็นส่วนใหญ่ ซื้อต่างชาติเอาง่ายกว่า
นอกเหนือจากการติดกับต่างชาติ ที่ต้องซื้อของจากฝรั่งและจีนกันไม่หยุดหย่อนแล้ว กระบวนการเอื้อประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยยังมีปัญหา เช่น ในทางกฏหมาย พ.ร.บ.ด้านนี้ยังไม่ออกมา จึงยังไม่รู้ทิศทางอย่างเป็นทางการว่าเราจะดำเนินไปอย่างไร
จริง ๆ แล้วผู้ใหญ่ก็พึ่งกำหนดนโยบายด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศไปเมื่อ ธ.ค.52 นี้เอง กว่าจะกลไกทุกอย่างจะเดินเครื่องและเห็นผลสำเร็จก็คงต้องใช้เวลาอีกนาน แล้วจะทันกับชาติเพื่อนบ้านที่เร่งเครื่องอุตสาหกรรมชนิดนี้ไปนานแล้วหรือไม่
ขณะที่ไทยยังไม่ชัดเจนว่าเอกชนจะเข้ามาร่วมมือพัฒนาการสร้างยุทโธปกรณ์และยุทธปัจจัยได้ขนาดไหน กองทัพเรือยังพิจารณาดินขับจรวดที่สร้างเองว่าจะเวิร์คหรือไม่ และปืนใหญ่ต้นแบบที่กองทัพจัดสร้างยังไม่ขึ้นประจำการ ชาติอย่างเวียดนามและมาเลเซีย ก็พากันพัฒนายุทโธปกรณ์ของตนไปลิ่ว ไม่ต้องพูดถึงสิงคโปร์ ถึงวันนี้แม้ว่าพวกเขาจะยังคงต้องซื้อหาอาวุธต่างชาติอยู่ แต่ก็ไปได้ไกล ที่เวียดนามนั้นมีการจัดตั้งวิสาหกิจของทุกกองพล กรมการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของอดีตชาติที่พึ่งพาแต่อาวุธโซเวียต บัดนี้ร่วมลงทุนกับเอกชนทั้งในและนอกประเทศ ในด้านสื่อสาร ต่อเรือ การบินและสื่อสาร ไม่เว้นแม้แต่ด้านที่มิใช่การรบเช่นรองเท้า
ความจริงโครงสร้างของอุตสาหกรรมและพลังงานของกองทัพไทยนั้นไม่เลวเลย ในทางทฤษฎีเรายังกุม สป.ของเราเองไว้ได้ ไม่ว่าจะเป็นเภสัชกรรม พลังงาน กระสุน อาวุธ ปิโตรเลียมหรือสื่อสาร กองทัพมีหน่วยงานวิจัยและผลิตไม่น้อย ขอให้กองทัพกำหนดนโยบายให้ชัดเจน ทุ่มเทงบประมาณด้านวิจัยลงมา ส่งเสริมบุคลากรอันทรงคุณค่า ผลักดันงานวิจัยให้กลายเป็นจริง นำผลผลิตแบบไทยทำประจำการบรรจุแทนการจัดหาจากต่างชาติ ร่วมทุนเอกชนแบบเดินหน้าเปิดหลากหลายพรมแดนข่ายงาน หาทางให้ได้ลิขสิทธิ์และเทคโนโลยีชั้นนำมาผลิตเอง ถ้าทำเช่นนี้ได้ อนาคตก็พอมองเห็นครับ
คมชัดลึก 3 กุมภาพันธ์ ปีนี้
วันอาทิตย์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2553
พึ่งกลับมาจากดูงานญี่ปุ่น-เกาหลี-จีน
ป่วยเลยครับ หวัดปักกิ่งแรงจริง ๆ กลับมาได้สัปดาห์นึงแล้ว พึ่งหายนี่แหละครับ
ได้มีโอกาสร่วมคณะไปดูงาน 3 ประเทศ 11 วัน ล้วนแต่มีประโยชน์ทั้งนั้น เช่น
ญี่ปุ่น --- เที่ยวสวนสนุกยูนิเวอร์แซล ( อันนี้เป็นสนองความสนุกของตนเอง )
---- ชมพิพิธภัณฑ์ปราสาทโอซาก้า (เข้าใจญี่ปุ่นยุคโทโยโทมิ-โตกุกาวามากขึ้น)
---- ชมศูนย์แผ่นดินไหวโกเบ .. ได้รับรู้การจัดการภัยพิบัติขนาดใหญ่ (นำมาเขียนลงกรุงเทพธุรกิจด้วย)
---- อะควาเรียมโอซากา (ได้ชมแหล่งสดงสัตว์ทะเลที่ใหญ่ที่สุดของเอเชีย)
....... กงสุลไทยประจำโอซาก้า (ได้รับทราบโอกาสใหม่ ๆ ของไทยในญี่ปุ่น)
....... วัดคินคาคุจิ วัดคิโยมิตสึ ศาสลเจ้าฟูชิมิอินาริ (สถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมเก่าแก่ของเกียวโต )
โซล --- โซลทาวเวอร์ (หอคอยสูงชมวิว ที่น่าสนใจคือพิพิธภัณฑ์เท็ดดี้แบร์ นำเอาประวัติศาสตร์ชาติเกาหลีมาถ่ายทอดในรูปแบบหมีอย่างน่าทึ่ง)
---- ปันมุมจอม เส้นขนานที่ 38 (ชมบรรยากาศจริงความตึงเครียดสองเกาหลี เข้าชมอุโมงค์ลับเกาหลีเหนือ นำมาเขียนลงคมชัดลึกแล้ว)
---- พิพิธภัณ์ฑ์สงครามแห่งชาติเกาหลี ( วางพวงมาลาทหารไทยไปรบเกาหลี ชมการแสดงครบรอบหยุดยิงสงครามเกาหลี 50 ปี)
-- พระราชวังเคียงบ๊กกุงและพิพิธภัณฑ์ (หาความรู้ประวัติศาสตร์โบราณเกาหลี)
--- อาคารซัมซุง (นวัตกรรมใหม่โลกอนาคต)
ปักกิ่ง ... สถานทูตไทยประจำปักกิ่ง (ได้รับความรู้ชั้นเลิศจากท่านอัครราชทูต)
.... พระราชวังต้องห้าม+จตุรัสเทียนอันเหมิน (ความยิ่งใหญ่ของเมืองจีน)
...กำแพงเมืองจีนด่านจูหย่งกวน (ด่านใหม่ คนไม่พลุกพล่าน)
... วัดลามะหย่งเหอกง (ได้ไหว้พระ ขณะมีพิธีกรรมพอดี)
...พิพิธภัณฑ์ปักกิ่ง (โบราณวัตถุจีน 5000 ปีอยู่ที่นี่)
ผมจะพยายามถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับ มาปรับใช้กับงานต่อไปครับ
ได้มีโอกาสร่วมคณะไปดูงาน 3 ประเทศ 11 วัน ล้วนแต่มีประโยชน์ทั้งนั้น เช่น
ญี่ปุ่น --- เที่ยวสวนสนุกยูนิเวอร์แซล ( อันนี้เป็นสนองความสนุกของตนเอง )
---- ชมพิพิธภัณฑ์ปราสาทโอซาก้า (เข้าใจญี่ปุ่นยุคโทโยโทมิ-โตกุกาวามากขึ้น)
---- ชมศูนย์แผ่นดินไหวโกเบ .. ได้รับรู้การจัดการภัยพิบัติขนาดใหญ่ (นำมาเขียนลงกรุงเทพธุรกิจด้วย)
---- อะควาเรียมโอซากา (ได้ชมแหล่งสดงสัตว์ทะเลที่ใหญ่ที่สุดของเอเชีย)
....... กงสุลไทยประจำโอซาก้า (ได้รับทราบโอกาสใหม่ ๆ ของไทยในญี่ปุ่น)
....... วัดคินคาคุจิ วัดคิโยมิตสึ ศาสลเจ้าฟูชิมิอินาริ (สถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมเก่าแก่ของเกียวโต )
โซล --- โซลทาวเวอร์ (หอคอยสูงชมวิว ที่น่าสนใจคือพิพิธภัณฑ์เท็ดดี้แบร์ นำเอาประวัติศาสตร์ชาติเกาหลีมาถ่ายทอดในรูปแบบหมีอย่างน่าทึ่ง)
---- ปันมุมจอม เส้นขนานที่ 38 (ชมบรรยากาศจริงความตึงเครียดสองเกาหลี เข้าชมอุโมงค์ลับเกาหลีเหนือ นำมาเขียนลงคมชัดลึกแล้ว)
---- พิพิธภัณ์ฑ์สงครามแห่งชาติเกาหลี ( วางพวงมาลาทหารไทยไปรบเกาหลี ชมการแสดงครบรอบหยุดยิงสงครามเกาหลี 50 ปี)
-- พระราชวังเคียงบ๊กกุงและพิพิธภัณฑ์ (หาความรู้ประวัติศาสตร์โบราณเกาหลี)
--- อาคารซัมซุง (นวัตกรรมใหม่โลกอนาคต)
ปักกิ่ง ... สถานทูตไทยประจำปักกิ่ง (ได้รับความรู้ชั้นเลิศจากท่านอัครราชทูต)
.... พระราชวังต้องห้าม+จตุรัสเทียนอันเหมิน (ความยิ่งใหญ่ของเมืองจีน)
...กำแพงเมืองจีนด่านจูหย่งกวน (ด่านใหม่ คนไม่พลุกพล่าน)
... วัดลามะหย่งเหอกง (ได้ไหว้พระ ขณะมีพิธีกรรมพอดี)
...พิพิธภัณฑ์ปักกิ่ง (โบราณวัตถุจีน 5000 ปีอยู่ที่นี่)
ผมจะพยายามถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับ มาปรับใช้กับงานต่อไปครับ
วันจันทร์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
เสธ.แดงเสียชีวิตแล้ว
หนึ่งชั่วโมงก่อน พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง นายทหารคนดังที่มีชีวิตน่าตื่นเต้นได้จากโลกนี้ไป แต่ความเป็นไอคอนของเขาได้ทำให้ผู้ดำเนินรอยตามหรือสาวกกลุ่มอ้างอิงยังเชิดชูและปฏิบัติตามอย่างเขาอยู่ นี่คือปรากฏการณ์ในลักษณะผู้นำลัทธิหรือจิตวิญญาณที่เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างหายากยิ่งในสังคมไทย การกำหราบแนวความคิดแบบเสธ.แดง เป็นเรื่องยากในยุคที่การแพร่กระจายข่าวสารเป็นสรณะ หลักการมีอายุยืนยาวกว่าชีวิตของคนสร้างหลักการ
แม้ความรู้สึกในหมู่ประชาชนต่อเสธ.แดงจะเป็นเชิงโต้แย้ง (Controvertial) ซึ่งถ้าไม่เกลียดไปเลยก็มักจะรักอย่างสุดใจ แบบเดียวกับความรู้สึกที่มีต่ออดีตนายกทักษิณ ชินวัตร และสนธิ ลิ้มทองกุล แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าในหมู่คนที่รักเสธ.แดงนั้นมีปริมาณไม่น้อย พวกเขาไม่ได้รักเพราะเสธ.แดง เป็นคนยิ่งใหญ่ มีอิทธิพล พวกพ้องมาก เงินทองมาก หรือมีบุคลิกน่ารักแต่อย่างใด แต่ในความไม่เหมือนใครของเสธ.แดง อัตลักษณ์บางอย่างของเขาเป็นอัตลักษณ์ในเชิงอุดมคติที่หายไปจากวิถีชีวิตทั่ว ๆ ไปนานแล้ว หรืออย่างน้อยก็ไม่ค่อยปรากฏที่ไหน นอกจากในเสธ.แดง ซึ่งเก่งในการนำอัตลักษณ์เด่นนั้นมารังสรรค์ภาพลักษณ์ของตัวเองให้ต้องใจกลุ่มเป้าหมายเฉพาะด้วยรูปแบบการประชาสัมพันธ์ที่เก่งขั้นเทพ
เสธ.แดงนำประสบการณ์การรบที่มีมาแปรเปลี่ยนเป็นคุณค่ายึดถือให้สาวกเลื่อมใสตามได้อย่างเยี่ยมยอด ลำพังความสามารถด้านการเขียน การพูด นั้นลำพังไม่พอที่จะทำให้บุคคลยอมอุทิศตนให้อย่างสุดจิตสุดใจ แต่การแสดงออกว่าตนเองมีชีวิตที่ไม่เหมือนนายพลคนอื่นอย่างไร และมีความมุ่งมั่นทำตามหลักการของตัวเพียงไรต่างหากที่ทำให้เป็นที่น่านับถือในหมู่สาวก ดังนั้นเจตจำนงของเสธ.แดงจึงมีชีวิตยืนยาวกว่าตัวเสธ.แดง
คนธรรมดาที่เลื่อมใสชีวิตแบบเสธ.แดงนั้นจะไม่สนว่าเสธ.แดงอยู่หรือตาย แต่พวกเขาจะยึดอุดมการณ์ตามแบบเสธ.แดง คือเป็นคนธรรมดาที่พร้อมจะแสดงออกอย่างตรง ๆ อาจดิบเถื่อนบ้าง แต่แฝงความมุ่งมั่นเพื่อเอาชนะเป้าหมายที่แข็งแกร่งกว่าโดยไม่หวั่นว่าจะต้องเผชิญอุปสรรคอย่างไร เราได้เห็นกันแล้วหลังจากวันที่เสธ.แดงถูกยิง และคงได้เห็นปรากฏการณ์แบบนี้ไปอีกระยะเวลาหนึ่ง การตายแบบไม่ปกติยิ่งยกระดับเขาเป็นไอคอน ซึ่งจะต่ออายุปรากฏการณ์ให้ยาวออกไปอีกมาก
การมุ่งกวาดล้างเครือข่ายเสธ.แดงนั้นผิดทิศ เพราะไม่มีเครือข่ายลูกสมุนอย่างที่หลายคนคาด มีแต่กลุ่มอ้างอิงซึ่งจะขจัดความเชื่อของพวกเขานั้นยิ่งเป็นไปไม่ได้ในยุคโลกาภิวัตน์ หนทางดีที่สุดคือเลือกเชิดชูหลักการที่ดีงามของเขาให้ข่มทับหลักการส่วนที่ไม่ดี และแก้ไขปัญหาสังคมที่เสธ.แดงตั้งหวังไว้ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาเพื่อมวลชนอย่างแท้จริง อย่างเช่นประเด็นมาตรฐานกระบวนการยุติธรรม
-----------------
กราบลาคุณอาในที่นี้ด้วยครับ
แม้ความรู้สึกในหมู่ประชาชนต่อเสธ.แดงจะเป็นเชิงโต้แย้ง (Controvertial) ซึ่งถ้าไม่เกลียดไปเลยก็มักจะรักอย่างสุดใจ แบบเดียวกับความรู้สึกที่มีต่ออดีตนายกทักษิณ ชินวัตร และสนธิ ลิ้มทองกุล แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าในหมู่คนที่รักเสธ.แดงนั้นมีปริมาณไม่น้อย พวกเขาไม่ได้รักเพราะเสธ.แดง เป็นคนยิ่งใหญ่ มีอิทธิพล พวกพ้องมาก เงินทองมาก หรือมีบุคลิกน่ารักแต่อย่างใด แต่ในความไม่เหมือนใครของเสธ.แดง อัตลักษณ์บางอย่างของเขาเป็นอัตลักษณ์ในเชิงอุดมคติที่หายไปจากวิถีชีวิตทั่ว ๆ ไปนานแล้ว หรืออย่างน้อยก็ไม่ค่อยปรากฏที่ไหน นอกจากในเสธ.แดง ซึ่งเก่งในการนำอัตลักษณ์เด่นนั้นมารังสรรค์ภาพลักษณ์ของตัวเองให้ต้องใจกลุ่มเป้าหมายเฉพาะด้วยรูปแบบการประชาสัมพันธ์ที่เก่งขั้นเทพ
เสธ.แดงนำประสบการณ์การรบที่มีมาแปรเปลี่ยนเป็นคุณค่ายึดถือให้สาวกเลื่อมใสตามได้อย่างเยี่ยมยอด ลำพังความสามารถด้านการเขียน การพูด นั้นลำพังไม่พอที่จะทำให้บุคคลยอมอุทิศตนให้อย่างสุดจิตสุดใจ แต่การแสดงออกว่าตนเองมีชีวิตที่ไม่เหมือนนายพลคนอื่นอย่างไร และมีความมุ่งมั่นทำตามหลักการของตัวเพียงไรต่างหากที่ทำให้เป็นที่น่านับถือในหมู่สาวก ดังนั้นเจตจำนงของเสธ.แดงจึงมีชีวิตยืนยาวกว่าตัวเสธ.แดง
คนธรรมดาที่เลื่อมใสชีวิตแบบเสธ.แดงนั้นจะไม่สนว่าเสธ.แดงอยู่หรือตาย แต่พวกเขาจะยึดอุดมการณ์ตามแบบเสธ.แดง คือเป็นคนธรรมดาที่พร้อมจะแสดงออกอย่างตรง ๆ อาจดิบเถื่อนบ้าง แต่แฝงความมุ่งมั่นเพื่อเอาชนะเป้าหมายที่แข็งแกร่งกว่าโดยไม่หวั่นว่าจะต้องเผชิญอุปสรรคอย่างไร เราได้เห็นกันแล้วหลังจากวันที่เสธ.แดงถูกยิง และคงได้เห็นปรากฏการณ์แบบนี้ไปอีกระยะเวลาหนึ่ง การตายแบบไม่ปกติยิ่งยกระดับเขาเป็นไอคอน ซึ่งจะต่ออายุปรากฏการณ์ให้ยาวออกไปอีกมาก
การมุ่งกวาดล้างเครือข่ายเสธ.แดงนั้นผิดทิศ เพราะไม่มีเครือข่ายลูกสมุนอย่างที่หลายคนคาด มีแต่กลุ่มอ้างอิงซึ่งจะขจัดความเชื่อของพวกเขานั้นยิ่งเป็นไปไม่ได้ในยุคโลกาภิวัตน์ หนทางดีที่สุดคือเลือกเชิดชูหลักการที่ดีงามของเขาให้ข่มทับหลักการส่วนที่ไม่ดี และแก้ไขปัญหาสังคมที่เสธ.แดงตั้งหวังไว้ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาเพื่อมวลชนอย่างแท้จริง อย่างเช่นประเด็นมาตรฐานกระบวนการยุติธรรม
-----------------
กราบลาคุณอาในที่นี้ด้วยครับ
วันเสาร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
เห็นทีทหารบกจะเดินถนน ด้วยอาการเดิมไม่ได้อีกต่อไป
ช่วงนี้ไม่อยากเขียนบล็อกเลยครับ เศร้าใจกับความตายความเจ็บของเพื่อนประชาชนร่วมชาติที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกวัน หากสถานการณ์ยังยิงกันไม่หยุดอย่างนี้ เมื่อเรื่องจบ ตัวนำของฝ่ายพ่ายแพ้รับรองถ้าไม่ถูกฆ่า ก็ต้องขึ้นโรงขึ้นศาลไปตลอดชีวิต แต่ที่ต้องโดนไปด้วยไม่ว่าจะแพ้หรือชนะก็คือ ทหาร โดยเฉพาะทหารบก
ปกติ ทหารบกก็คือประชาชน ใช้ชีวิตเหมือนคนธรรมดา แต่งครึ่งท่อนบ้าง ซาฟารีบ้าง เต็มยศบ้าง เดินห้าง ดูหนัง พักผ่อน กินข้าวข้างข้างถนน หรือขับรถไปส่งลูก ในห้วงเวลาที่สมควรเหมือนคนทั่วไป
แต่นับจากวันที่ 14 พ.ค.ทุกอย่างไม่น่าเหมือนเดิมอีกแล้ว
หากเขาแต่งดังว่า เดินเดี่ยวหรือเดินกับลูกเมีย ก็อาจมีคนบางกลุ่มเอาดอกไม้หรือรอยยิ้มมามอบให้ แสดงการชื่นชม อันนี้ไม่เป็นไร แต่อีกนาทีเดียว อาจมีคนอีกกลุ่มเข้ามาด่าทอ ต่อว่า หรือทำร้ายเอาโดยไม่แยกแยะก็ได้
ข้อหาฆ่าประชาชนเมื่อปี 35 ทำให้ทหารอยู่ในสภาพอย่างนี้เกือบครึ่งปี นี่เหตุการณ์วันที่ 10 เม.ษ.ยังไม่สะเด็ด ก็มีเหตุการณ์นี้อีกแล้ว และถ้ามีเหตุการณ์ต่อเนื่อง พวกเขาจะอยู่แบบไหน
อยู่แบบไหนก็ต้องอยู่ครับ และถ้ายังมีจิตใจ ก็ต้องอยู่แบบรู้สึกผิดที่ตัวเองหรือเพื่อนทหารมีส่วนทำให้มีคนตายมากมาย จะอ้างว่าผู้ชุมนุมส่วนหนึ่งเป็นผู้ก่อการร้าย มีอาวุธ จำเป็นต้องฆ่า ก็เชิญเถอะครับ แต่ก็ต้องยอมรับความจริงเหมือนกันว่าแต่ละศพประชาชนที่ตายนั้น ล้วนแต่มีภาพให้เห็นว่า..ไม่มีอาวุธเลย
ปกติ ทหารบกก็คือประชาชน ใช้ชีวิตเหมือนคนธรรมดา แต่งครึ่งท่อนบ้าง ซาฟารีบ้าง เต็มยศบ้าง เดินห้าง ดูหนัง พักผ่อน กินข้าวข้างข้างถนน หรือขับรถไปส่งลูก ในห้วงเวลาที่สมควรเหมือนคนทั่วไป
แต่นับจากวันที่ 14 พ.ค.ทุกอย่างไม่น่าเหมือนเดิมอีกแล้ว
หากเขาแต่งดังว่า เดินเดี่ยวหรือเดินกับลูกเมีย ก็อาจมีคนบางกลุ่มเอาดอกไม้หรือรอยยิ้มมามอบให้ แสดงการชื่นชม อันนี้ไม่เป็นไร แต่อีกนาทีเดียว อาจมีคนอีกกลุ่มเข้ามาด่าทอ ต่อว่า หรือทำร้ายเอาโดยไม่แยกแยะก็ได้
ข้อหาฆ่าประชาชนเมื่อปี 35 ทำให้ทหารอยู่ในสภาพอย่างนี้เกือบครึ่งปี นี่เหตุการณ์วันที่ 10 เม.ษ.ยังไม่สะเด็ด ก็มีเหตุการณ์นี้อีกแล้ว และถ้ามีเหตุการณ์ต่อเนื่อง พวกเขาจะอยู่แบบไหน
อยู่แบบไหนก็ต้องอยู่ครับ และถ้ายังมีจิตใจ ก็ต้องอยู่แบบรู้สึกผิดที่ตัวเองหรือเพื่อนทหารมีส่วนทำให้มีคนตายมากมาย จะอ้างว่าผู้ชุมนุมส่วนหนึ่งเป็นผู้ก่อการร้าย มีอาวุธ จำเป็นต้องฆ่า ก็เชิญเถอะครับ แต่ก็ต้องยอมรับความจริงเหมือนกันว่าแต่ละศพประชาชนที่ตายนั้น ล้วนแต่มีภาพให้เห็นว่า..ไม่มีอาวุธเลย
วันอาทิตย์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2553
คำถามที่ถูกถามบ่อยที่สุด
เดี๋ยวนี้ไปไหนมาไหน ผมมักจะได้รับคำถามประเภทที่ว่า "ความขัดแย้งในสังคมไทยนี้มันจะจบยังไง" "ฝ่ายแดงจะแพ้หรือไม่" หรือว่า "คนจะต้องตายกันอีกเยอะเลยหรือ" ขอเอามาตอบรวม ๆ นะที่นี้เลยครับ
1.จบยังไงไม่รู้ รู้แต่ว่าอีกนานครับ เป็นสิบปีทีเดียว เพราะคู่ขัดแย้งไม่ได้อยู่แยกกันแบบยุคคอมมิวนิสต์ แต่อยู่ปนกันไปทุกที่ มีวิถีชีวิตคล้ายกัน เป็นเพื่อนกันก็มี แค่นี้จะเอาชนะหรือเปลี่ยนใจกันก็ยากแล้ว ในโลกที่ข่าวสารมากมาย ความเชื่อของคนยิ่งแตกต่าง ไม่รู้เหมือนกันว่าจะบังคับหรือชักจูงให้คนเชื่อตามฝ่ายตนได้อย่างไร เพราะคนเขาฉลาดทันกันแล้ว
2.ยุทธบริเวณที่ราชประสงค์นั้นรบกันจริง ๆ เสื้อแดงคงสู้ไม่ไหวครับ เพราะทหารมีอาวุธหนักกว่ามาก เว้นเสียแต่กองกำลังไม่ทราบฝ่ายจะก่อกวนทหารทางด้านหลังแบบขนมชั้น ทำให้ทหารต้องตัดสินใจหยุดการสลายไว้ก่อน
3.แต่อุดมการณ์แดงนั้นกระจายไปทั่วประเทศแล้ว เลยยังไม่แพ้สงคราม หากโดนสลายเขาก็ลงดิน คนมีอุดมการณ์แรงกล้าไม่กี่พันคนก็สู้กับอำนาจรัฐได้แล้ว นี่ยังไม่รวมแนวร่วมมวลชนมหาศาล ในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีสัดส่วนน้อยกว่านี้เสียอีกนี่ผ่านมาหลายปีแล้ว สถานการณ์ยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติ
4.ทักษิณหรือเสธ.แดงตายก็หยุดอุดมการณ์นี้ไม่ได้ เพราะเรื่องนี้มันไกลกว่าตัวบุคคล ไกลกว่าท่อน้ำเลี้ยงไปแล้ว จริงอยู่ว่าหากแกนนำถูกจับ การนำ การสั่งการ และกลไกอื่น ๆ ย่อมต้องสะดุด น่าจะคล้ายกับเมษาปีกลาย แต่ไม่นานก็ก่อรูปมาได้ใหม่ เนื่องจากเงื่อนไขยังอยู่
5.แล้วจะแก้ไขยังไงจึงจะจบให้สวย... เรื่องนี้ต้องมองให้ไกลกว่าเรื่องทางนิติศาสตร์ หรือ"ถูกใจถือว่าไม่ผิดกฏ แต่ผิดใจก็เปิดกฏ(กะจะเล่นงานมัน) เพราะถ้าไม่งั้นก็ไม่มีโอกาสเลย ขนาดทำอย่างนี้ยังไม่รู้เลยว่าจะจบยังไง ตามข้อ 1 ที่ว่าไว้
6.แล้วเราควรทำตัวยังไง... ปกติท่านทำตัวยังไงล่ะครับ ทุกคนที่ทำตัวอยู่นี้หรือแค่คิดเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็มีส่วนในปัญหาที่เราเผชิญอยุ่ทั้งสิ้น รวมทั้งความคิดแบบว่า "ฉันถูกหรือฉันอยู่เฉย ๆ แกสิผิด" ด้วย ทางแก้นั้นเหลือวิสัยสำหรับคนธรรมดา (ไม่ว่าเชียร์ฝ่ายไหน) ที่ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวโดยตรงกับเกมต่อสู้คราวนี้ เพราะท่านพอจะสามารถควบคุมตัวเอง แต่ไม่มีทางควบคุมสถานการณ์ได้เลย คำแนะนำที่ดีที่สุดก็คือ เป็นอย่างที่เป็น ทำอย่างที่ทำนั่นแหละครับ แต่เผื่อหนทางรับแรงกระแทกผลกระทบในด้านต่าง ๆ ที่จะมีต่อท่าน ครอบครัวและเพื่อนฝูงเอาไว้ด้วย ซึ่งตรงนี้แต่ละคนมีหนทางเหมาะสมต่างกัน
1.จบยังไงไม่รู้ รู้แต่ว่าอีกนานครับ เป็นสิบปีทีเดียว เพราะคู่ขัดแย้งไม่ได้อยู่แยกกันแบบยุคคอมมิวนิสต์ แต่อยู่ปนกันไปทุกที่ มีวิถีชีวิตคล้ายกัน เป็นเพื่อนกันก็มี แค่นี้จะเอาชนะหรือเปลี่ยนใจกันก็ยากแล้ว ในโลกที่ข่าวสารมากมาย ความเชื่อของคนยิ่งแตกต่าง ไม่รู้เหมือนกันว่าจะบังคับหรือชักจูงให้คนเชื่อตามฝ่ายตนได้อย่างไร เพราะคนเขาฉลาดทันกันแล้ว
2.ยุทธบริเวณที่ราชประสงค์นั้นรบกันจริง ๆ เสื้อแดงคงสู้ไม่ไหวครับ เพราะทหารมีอาวุธหนักกว่ามาก เว้นเสียแต่กองกำลังไม่ทราบฝ่ายจะก่อกวนทหารทางด้านหลังแบบขนมชั้น ทำให้ทหารต้องตัดสินใจหยุดการสลายไว้ก่อน
3.แต่อุดมการณ์แดงนั้นกระจายไปทั่วประเทศแล้ว เลยยังไม่แพ้สงคราม หากโดนสลายเขาก็ลงดิน คนมีอุดมการณ์แรงกล้าไม่กี่พันคนก็สู้กับอำนาจรัฐได้แล้ว นี่ยังไม่รวมแนวร่วมมวลชนมหาศาล ในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีสัดส่วนน้อยกว่านี้เสียอีกนี่ผ่านมาหลายปีแล้ว สถานการณ์ยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติ
4.ทักษิณหรือเสธ.แดงตายก็หยุดอุดมการณ์นี้ไม่ได้ เพราะเรื่องนี้มันไกลกว่าตัวบุคคล ไกลกว่าท่อน้ำเลี้ยงไปแล้ว จริงอยู่ว่าหากแกนนำถูกจับ การนำ การสั่งการ และกลไกอื่น ๆ ย่อมต้องสะดุด น่าจะคล้ายกับเมษาปีกลาย แต่ไม่นานก็ก่อรูปมาได้ใหม่ เนื่องจากเงื่อนไขยังอยู่
5.แล้วจะแก้ไขยังไงจึงจะจบให้สวย... เรื่องนี้ต้องมองให้ไกลกว่าเรื่องทางนิติศาสตร์ หรือ"ถูกใจถือว่าไม่ผิดกฏ แต่ผิดใจก็เปิดกฏ(กะจะเล่นงานมัน) เพราะถ้าไม่งั้นก็ไม่มีโอกาสเลย ขนาดทำอย่างนี้ยังไม่รู้เลยว่าจะจบยังไง ตามข้อ 1 ที่ว่าไว้
6.แล้วเราควรทำตัวยังไง... ปกติท่านทำตัวยังไงล่ะครับ ทุกคนที่ทำตัวอยู่นี้หรือแค่คิดเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็มีส่วนในปัญหาที่เราเผชิญอยุ่ทั้งสิ้น รวมทั้งความคิดแบบว่า "ฉันถูกหรือฉันอยู่เฉย ๆ แกสิผิด" ด้วย ทางแก้นั้นเหลือวิสัยสำหรับคนธรรมดา (ไม่ว่าเชียร์ฝ่ายไหน) ที่ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวโดยตรงกับเกมต่อสู้คราวนี้ เพราะท่านพอจะสามารถควบคุมตัวเอง แต่ไม่มีทางควบคุมสถานการณ์ได้เลย คำแนะนำที่ดีที่สุดก็คือ เป็นอย่างที่เป็น ทำอย่างที่ทำนั่นแหละครับ แต่เผื่อหนทางรับแรงกระแทกผลกระทบในด้านต่าง ๆ ที่จะมีต่อท่าน ครอบครัวและเพื่อนฝูงเอาไว้ด้วย ซึ่งตรงนี้แต่ละคนมีหนทางเหมาะสมต่างกัน
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
